กาญจนบุรี – เกษตรกาญจนบุรีเตือนภัย หลังพบเบาะแสทุเรียนจากภาคใต้ถูกขนส่งด้วยรถตู้ทึบเข้าพื้นที่ หวั่นนำมาสวมสิทธิ์ขายเป็น “ทุเรียนทองผาภูมิ” ขณะผลผลิตทุเรียนทองผาภูมิใกล้หมดฤดูกาล ย้ำพ่อค้าแม่ค้าหากเป็นทุเรียนต่างถิ่นต้องระบุแหล่งที่มาอย่างตรงไปตรงมา หวั่นกระทบชื่อเสียงและราคาทุเรียน GI ของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมเตือนทุเรียนจากภาคใต้เสี่ยงนำ “หนอนเจาะเปลือก” เข้ามาระบาดในสวนทุเรียนทองผาภูมิและพื้นที่ จ.กาญจนบุรี
นายชยุติ โสไกร หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลผลิตทุเรียนทองผาภูมิใกล้หมดฤดูกาล จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าอย่านำทุเรียนจากต่างถิ่น โดยเฉพาะทุเรียนจากภาคใต้ มาสวมสิทธิ์จำหน่ายในชื่อ “ทุเรียนทองผาภูมิ” เนื่องจากสำนักงานเกษตรมีเบาะแสการขนส่งทุเรียนด้วยรถตู้ทึบผ่านด่านในพื้นที่ อ.ไทรโยค จึงต้องเร่งแจ้งเตือนก่อนพิจารณาดำเนินมาตรการอื่นตามกฎหมาย
“หากเป็นทุเรียนจากภาคใต้ ขอให้ระบุว่าเป็นทุเรียนใต้ อย่านำมาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนทองผาภูมิ เพราะนอกจากไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรในพื้นที่แล้ว ยังอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด และกระทบต่อชื่อเสียงของทุเรียนทองผาภูมิในระยะยาว” นายชยุติกล่าว
ด้านนายจตุพร อิ่มจิตร เกษตรอำเภอทองผาภูมิ ระบุว่า ปัญหาที่ต้องเฝ้าระวังควบคู่กันคือทุเรียนที่ขนส่งมาจากภาคใต้อาจมี “หนอนเจาะเปลือกทุเรียน” ติดมาด้วย หากหลุดเข้าสู่พื้นที่และแพร่ระบาดในสวนทุเรียน อาจสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและเศรษฐกิจของเกษตรกรในพื้นที่ได้ จึงขอให้ผู้ประกอบการช่วยกันป้องกันและอย่านำทุเรียนต่างถิ่นมาสวมสิทธิ์
สำหรับ “ทุเรียนทองผาภูมิ” เป็นสินค้าที่ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มีชื่อเสียงและมูลค่าในตลาดสูง การนำทุเรียนจากพื้นที่อื่นมาสวมสิทธิ์จำหน่ายจึงอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ทั้งความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และ พ.ร.บ.คุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยเจ้าหน้าที่เตือนผู้ค้าควรตรวจสอบแหล่งที่มาและจำหน่ายตามข้อเท็จจริง เพื่อรักษามาตรฐานและชื่อเสียง “ทุเรียนทองผาภูมิ” ของเกษตรกรกาญจนบุรี


