ฉะเชิงเทรา - นายก อบต.เสม็ดใต้ เรียกประชุมด่วนแจงปม “สุสานยิว” หลังโซเชียลโหมข่าวเตรียมนำศพ 1,200 ศพมาฝัง ยันใบอนุญาตจัดตั้งสุสานหมดอายุตั้งแต่ปี 2566 และขอต่อไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งระยะห่างถนน–แหล่งน้ำ ย้ำ อบต.ให้ก่อสร้างได้เพียงรั้ว ไม่เคยอนุญาตฝังศพ พร้อมเร่งหาข้อเท็จจริงคลายกังวลชาวบ้าน
วันนี้(3 ก.ย.) นายกิตติพงศ์ สีเหลือง นายก อบต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เรียกประชุมสมาชิกสภา อบต. และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมข้อมูลสำหรับชี้แจงประชาชน หลังกรณี “สุสานยิว” ในพื้นที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์และสื่อบางแห่ง จนเกิดความกังวลและข้อสงสัยในหมู่ประชาชน
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ 2 งาน 86 ตารางวา ตั้งอยู่ในหมู่บ้านหนองโสน หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ เดิมเป็นที่ดินของอดีตผู้ใหญ่บ้านและอดีตรองนายก อบต.เสม็ดใต้ ก่อนมีการซื้อขายต่อหลายทอด กระทั่งช่วงปลายปี 2564 มีการขายให้แก่บริษัท กาน ชาบาค จำกัด ซึ่งต่อมาบริษัทได้เข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งสุสานในพื้นที่
ทั้งนี้ ใบอนุญาตจัดตั้งสุสานชื่อ “JEWISH CEMETRY THAILAND” เลขที่ 1/2564 ออกโดยระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2564 โดยนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราในขณะนั้น และมีอายุใบอนุญาต 3 ปี
นายก อบต.เสม็ดใต้ กล่าวว่า เมื่อบริษัทนำใบอนุญาตดังกล่าวมายื่นประกอบการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร พบว่าแบบก่อสร้างมีส่วนที่ระบุถึงพื้นที่พักศพและสถานที่ชำระล้างศพ ซึ่ง อบต.ไม่สามารถอนุญาตให้ดำเนินการได้ จึงมีคำสั่งให้หยุดการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 บริษัทได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างรั้วรอบพื้นที่ ความยาวประมาณ 917.32 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร ซึ่งเป็นการยื่นขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายควบคุมอาคาร อบต.จึงอนุญาตเฉพาะในส่วนของการก่อสร้างรั้ว
ส่วนการขอต่อใบอนุญาตจัดตั้งสุสานนั้น นายก อบต.เสม็ดใต้ กล่าวว่า หลังใบอนุญาตเดิมใกล้หมดอายุ ได้มีการยื่นเรื่องเพื่อขอต่อใบอนุญาต แต่ผลการพิจารณาไม่ผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยพบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากทางสัญจรสาธารณะประมาณ 5 เมตร ขณะที่หลักเกณฑ์กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 50 เมตร และอยู่ห่างจากแหล่งน้ำสาธารณะประมาณ 200 เมตร จากหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 400 เมตร
ต่อมา จังหวัดฉะเชิงเทราได้มีหนังสือแจ้งว่า การพิจารณาต่อใบอนุญาตดังกล่าวเป็นอำนาจของนายอำเภอตามคำสั่งมอบอำนาจ และจากการพิจารณาพบว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ จึงไม่มีการต่อใบอนุญาตให้ ส่งผลให้ใบอนุญาตจัดตั้งสุสานเดิมสิ้นสุดลง
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวว่ามีการนำศพจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่นั้น จากข้อมูลที่ได้รับทราบ เคยมีเหตุการณ์ช่วงประมาณปี 2565–2566 มีการพูดถึงรถตู้ที่บรรทุกศพเข้ามาในพื้นที่ และมีการสอบถามชาวบ้านถึงสถานที่ตั้งสุสาน จนผู้นำชุมชนและชาวบ้านเข้าไปตรวจสอบและแสดงความไม่เห็นด้วย ก่อนที่กลุ่มดังกล่าวจะเดินทางกลับออกไป โดยยืนยันว่าเท่าที่ทราบยังไม่มีการฝังศพเกิดขึ้นในพื้นที่
“วันนี้ที่ต้องเรียกประชุมและชี้แจง เพราะมีการนำเสนอข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ว่า จะมีการนำศพเข้ามาฝัง จึงต้องช่วยกันตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอให้ประชาชนระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน” นายก อบต.เสม็ดใต้ กล่าว
นายกิตติพงศ์ ยืนยันว่า อบต.เสม็ดใต้จะดำเนินการทุกอย่างตามอำนาจหน้าที่และกฎหมาย พร้อมยึดหลักธรรมาภิบาล โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนและความกังวลของประชาชน ทั้งนี้ อบต.ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตจัดตั้งสุสานในกรณีดังกล่าว และในส่วนที่ อบต.มีอำนาจอนุญาตนั้น เป็นเพียงการอนุญาตก่อสร้างรั้วตามหลักเกณฑ์กฎหมายควบคุมอาคาร
ส่วนข้อมูลที่มีการกล่าวอ้างว่าอาจมีศพจำนวนประมาณ 1,200 ศพถูกนำเข้ามาในพื้นที่นั้น นายก อบต.เสม็ดใต้ กล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าศพดังกล่าวมาจากไหน หรือถูกนำเข้ามาในพื้นที่จริงหรือไม่ โดยหลังจากนี้จะประสานเจ้าของที่ดินและตรวจสอบข้อกฎหมาย เพื่อหาแนวทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในให้ชัดเจนมากที่สุด และนำข้อมูลข้อเท็จจริงมาชี้แจงต่อประชาชน
“พี่น้องประชาชนในพื้นที่สำคัญเป็นลำดับแรก หากประชาชนไม่เอา ไม่ต้องการ การบริหารงานของเราก็ต้องรับฟังและดำเนินการภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดสิ่งที่สร้างความเดือดร้อนขึ้นมาได้” นายกิตติพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ อบต.เสม็ดใต้เตรียมเร่งตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงสถานะใบอนุญาตและการใช้ประโยชน์พื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ก่อนนำมาเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบและลดความกังวลจากกระแสข่าวที่กำลังถูกเผยแพร่ในขณะนี้


