ศูนย์ข่าวศรีราชา - สมาคมนักธุรกิจฯ พัทยา ชี้กำลังพลสหรัฐฯ 5,000 นายขึ้นฝั่ง ช่วยเติมสีสันช่วงโลว์ซีซั่น แม้เม็ดเงินไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดท่องเที่ยวทั้งเมือง แต่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย–สร้างความคึกคัก มองสำคัญสุดคือภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น หลังพัทยากลับมาเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง
วันนี้( 3 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองพัทยาเข้าสู่วันที่ 2 หลังมีกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ จากเรือ USS Abraham Lincoln และเรือร่วมขบวนทยอยขึ้นฝั่ง โดยในช่วงค่ำพบกำลังพลกระจายตัวตามแหล่งท่องเที่ยว ร้านค้า ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และย่านสถานบันเทิง โดยเฉพาะบริเวณวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ส่งผลให้พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญกลับมามีสีสันและคึกคักมากขึ้น
น.ส.ชุติมา จิระมงคล นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า ช่วงเดือนกันยายนถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของเมืองพัทยา ซึ่งโดยปกติจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง และผู้ประกอบการบางส่วนใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการปรับปรุงสถานประกอบการ การมีกำลังพลสหรัฐฯ ประมาณ 5,000 นายเดินทางเข้ามาพักผ่อน จึงถือเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง
โดยเฉพาะเรื่องของบรรยากาศและภาพลักษณ์ เพราะการเดินทางเข้ามาของกำลังพลจำนวนมากสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเมืองพัทยา ขณะเดียวกันยังทำให้เกิดการใช้จ่ายกระจายไปยังธุรกิจหลายประเภท ทั้งร้านอาหาร การเดินทาง แหล่งท่องเที่ยว สถานบันเทิง ร้านค้า และธุรกิจบริการต่าง ๆ
“ถ้าถามว่าเม็ดเงินมหาศาลหรือไม่ เมื่อเทียบกับจำนวนโรงแรมและห้องพักทั้งหมดของพัทยา ก็อาจไม่ได้มากขนาดนั้น แต่ในช่วงโลว์ซีซั่น การมีกำลังพลเข้ามาประมาณ 5,000 นายก็ถือว่าช่วยผู้ประกอบการได้ ทั้งเรื่องการใช้จ่ายและการสร้างบรรยากาศให้เมืองคึกคักขึ้น” น.ส.ชุติมา กล่าว
นายกสมาคมนักธุรกิจฯ ยังมองว่า กำลังพลสหรัฐฯ ที่เดินทางเข้ามาครั้งนี้มีลักษณะแตกต่างจากกลุ่มทหารสหรัฐฯ ที่ชาวพัทยาคุ้นเคยจากการฝึกร่วม Cobra Gold เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นกำลังพลประจำเรือที่ใช้ชีวิตอยู่ในทะเลมาเป็นเวลานานกว่า 200 วัน การขึ้นฝั่งในครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการพักผ่อน ทำกิจกรรม และใช้บริการต่าง ๆ ก่อนกลับไปปฏิบัติภารกิจต่อ
ส่วนกรณีมีการกำหนดพื้นที่ที่กำลังพลควรหลีกเลี่ยงหรือเพิ่มความระมัดระวังนั้น น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ไม่ควรตีความว่าเป็นการประกาศ “พื้นที่ต้องห้าม” สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นลักษณะของคำแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับกำลังพล เพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์และลดความเสี่ยงระหว่างการพักผ่อนในต่างประเทศ
ขณะที่ด้านการรักษาความปลอดภัย เมืองพัทยาได้บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจ ตำรวจท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มการตรวจตราตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเมืองพัทยามีกล้องวงจรปิดประมาณ 3,000 ตัวสำหรับติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ ก็เพิ่มความตื่นตัวและประสานงานกับหน่วยงานไทยอย่างใกล้ชิด
น.ส.ชุติมา กล่าวอีกว่า การเดินทางมาของกำลังพลสหรัฐฯ ในครั้งนี้จึงไม่ควรมองเฉพาะเรื่องเม็ดเงินที่เกิดขึ้นในช่วง 4–5 วัน แต่ควรมองในมิติของภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์เมืองพัทยาด้วย เพราะการที่เรือรบขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เลือกเข้ามาพักและให้กำลังพลขึ้นฝั่งในพัทยา ทำให้เมืองกลับมาได้รับความสนใจและถูกพูดถึงในวงกว้าง
“สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเรื่องภาพลักษณ์ ส่วนตัวเงินก็มีเม็ดเงินกลุ่มหนึ่งเข้ามาช่วยกระตุ้น ขณะเดียวกันก็สร้างความตื่นเต้น ความดีใจ และความคึกคักให้กับผู้ประกอบการในช่วงโลว์ซีซั่น” น.ส.ชุติมา กล่าว
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจยังมองว่า หลังผ่านช่วงโลว์ซีซั่น เมืองพัทยาน่าจะกลับมาคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่มีการจัดกิจกรรมและอีเวนต์ขนาดใหญ่ต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการดึงนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจภาคบริการของเมืองพัทยา


