นครพนม – เจ้าหน้าที่ลุยลงพื้นที่สืบหาความจริง หลังพบพิรุธ 7 บริษัทลอบนำบ้านพักชาวบ้านในพื้นที่ อ.นาแก และ อ.วังยาง ไปแอบอ้างเป็นที่ตั้งสำนักงาน โดยที่เจ้าของบ้านตัวจริงไม่เคยรู้เรื่องและไม่เคยอนุญาต ด้านนายทะเบียนจ่อส่งหนังสือเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องแจงด่วนใน 15 วัน หากเบี้ยวเตรียมฟ้องดำเนินคดีเด็ดขาด
การปฏิบัติการในวันนี้(3ก.ย.) เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD), ฝ่ายปกครองอำเภอนาแก-วังยาง และ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม นำโดย พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สารวัตร ตม.จว.นครพนม เข้าตรวจสอบสถานที่ตามที่ระบุในเอกสารจดทะเบียน โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.หนองบ่อ และ ต.หนองสังข์ อ.นาแก
จากการลงพื้นที่จริง พบความจริงน่าตกใจว่า ที่ตั้งของบริษัทเอกชนหลายแห่งกลับมีสภาพเป็นเพียง บ้านพักอาศัยทั่วไปและบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง ของชาวบ้านในพื้นที่ โดยไม่มีการดำเนินกิจการค้าใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อสอบถามเจ้าของบ้าน ทุกรายต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่รู้จัก บุคคลชาวต่างชาติที่มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น ไม่เคยอนุญาต ให้นำที่อยู่บ้านของตนไปใช้จดทะเบียนนิติบุคคลและไม่เคยมีบริษัท มาเปิดทำการหรือประกอบธุรกิจในพื้นที่จริง
หนึ่งในรายชื่อนิติบุคคลที่ถูกเข้าตรวจสอบครั้งนี้คือ บริษัท ไอ เหอ หยวน สยาม เทรดดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.หนองบ่อ อ.นาแก รวมถึงบริษัทอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 7 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนหาความเชื่อมโยง
ตม. เข้ม! เช็กประวัติกรรมการ-ผู้ถือหุ้นต่างชาติ ล่าตัวผู้อยู่เบื้องหลัง
ด้าน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม ได้เร่งตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกประเทศของกรรมการและผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับช่วงเวลาที่มีการยื่นจดทะเบียนบริษัท พร้อมเร่งแกะรอยหาตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่ลงนามในเอกสารยื่นจดทะเบียน,ผู้รับรองเอกสาร,รายชื่อผู้ถือหุ้นชาวไทยและต่างชาติ และ ผู้ทำบัญชี
การตรวจสอบเชิงลึกนี้ จะชี้ชัดว่าเป็นการตั้งบริษัทนอมินีบังหน้า หรือมีการร่วมมือกับคนไทยในการกระทำความผิดหรือไม่
เส้นตาย 15 วัน! นายทะเบียนสั่งแจง ดื้อแพ่งเจอคดีอาญา
ขณะนี้ นายทะเบียนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ออกคำสั่งเรียกตัวกรรมการ ผู้ถือหุ้น และผู้ที่เกี่ยวข้องของทั้ง 7 บริษัท เข้าให้การและชี้แจงข้อเท็จจริง ภายใน 15 วัน หากพ้นกำหนดเวลา แล้วยังไม่ยอมเข้าชี้แจง หรือตรวจสอบพบพยานหลักฐานว่าเป็นการ "แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน" หรือ "ใช้เอกสารปลอมโดยมิชอบ" เจ้าหน้าที่จะดำเนินการยกเลิกทางทะเบียนทันที พร้อมส่งเรื่องดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นสูงสุด
อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้เจ้าของบ้านที่ถูกแอบอ้างที่อยู่ เดินทางไปลงบันทึกประจำวันหรือแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจในท้องที่ทันที เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมหรือธุรกรรมใดๆ ของบริษัทเหล่านี้


