xs
xsm
sm
md
lg

ระทึก! ไฟไหม้ป่ากกกลางเมืองชะอำ ลามจ่อบ้านประชาชนกว่า 200 ไร่ ระดมรถดับเพลิง 5 คันสู้ไฟ 3 ชั่วโมง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพชรบุรี - ไฟไหม้ป่ากกผืนใหญ่ริมทางรถไฟกลางเมืองชะอำ ลมแรงโหมไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนเข้าใกล้บ้านเรือนประชาชนด้านหลังหมู่บ้านโชคบุญมี ควันดำพวยพุ่งมองเห็นไกลหลายกิโลเมตร เถ้าถ่านปลิวตกใส่บ้านและสระน้ำ ระดมรถดับเพลิง 5 คัน ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงได้ เบื้องต้นเสียหายกว่า 200 ไร่

วันนี้ ( 2 ก.ย.) เกิดเหตุเพลิงไหม้ป่ากกพื้นที่ขนาดใหญ่บริเวณถนนริมทางรถไฟ ใกล้คริสตจักรแสงสว่างชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยไฟเริ่มลุกไหม้บริเวณริมทางรถไฟ ก่อนลุกลามเข้าสู่พื้นที่ป่ากกอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีกระแสลมแรง ส่งผลให้กลุ่มควันขนาดใหญ่ปกคลุมพื้นที่และสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองชะอำเร่งนำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ พร้อมฉีดน้ำสกัดแนวไฟอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยพื้นที่ป่ากกมีบริเวณกว้างและมีลมแรง ทำให้เพลิงขยายวงกว้าง โดยเฉพาะช่วงค่ำไฟได้ลุกลามเข้าใกล้บ้านเรือนประชาชนบริเวณด้านหลังโครงการหมู่บ้านโชคบุญมี สร้างความตื่นตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่

ขณะเกิดเหตุพบกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าและเห็นได้จากหลายกิโลเมตร ขณะที่เศษเถ้าถ่านถูกกระแสลมพัดปลิวตกลงตามบ้านเรือนและสระน้ำของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้ชาวบ้านบางส่วนต้องนำสายยางออกมาฉีดน้ำป้องกันไฟที่อาจลุกลามเข้าถึงบ้าน

นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ พร้อมนายสนิท คงเจริญ รองนายกเทศมนตรีเมืองชะอำ ลงพื้นที่อำนวยการและสั่งการควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองชะอำและเทศบาลตำบลนายาง รวม 5 คัน เข้าร่วมสกัดเพลิงและควบคุมแนวไฟไม่ให้ลุกลามเข้าสู่ชุมชน

เจ้าหน้าที่ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นพบพื้นที่ป่ากกได้รับความเสียหายกว่า 200 ไร่ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ช่วงเย็นพบเห็นไฟไหม้ป่ากกอยู่ห่างจากบ้าน แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงค่ำไฟกลับลุกลามเข้ามาใกล้บ้านมากขึ้น จึงช่วยกันนำสายยางออกมาฉีดน้ำสกัด แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

ด้านนายกเทศมนตรีเมืองชะอำ กล่าวว่า หลังจากนี้จะเร่งตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณดังกล่าว เพื่อประสานเจ้าของที่ดินให้เข้าดำเนินการกำจัดป่ากกและวัชพืช ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงและอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ซ้ำ

หากตรวจสอบแล้วพบว่าเจ้าของที่ดินไม่ดำเนินการ เทศบาลจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันและลดผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อีก