กาฬสินธุ์-กลุ่มศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เดินหน้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน เอาผิดผู้อำนวยการโรงเรียน พบหลักฐานเชื่อมโยงกับเครือข่าย "พ่อเลี้ยง" ค้าไม้รายใหญ่เมืองแพร่ ระบุเป็นคนสนิทกับผู้บริหารโรงเรียน คาดสำนวนคดีจ่อส่งถึงมือ ป.ป.ช.ภายใน30 วัน ล่าสุดตำรวจสอบสวนกลางลงพื้นที่เก็บหลักฐานเงียบ
วันนี้ ( 2 ก.ย.) ที่ สภ.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สอบสวน สภ.กมลาไสย ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี กรณีศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย แจ้งความดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย ตัดไม้โรงเรียนขายให้กับนายทุนค้าไม้ โดยมี พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.กมลาไสย ร่วมสอบปากคำ หลังศิษย์เก่าแจ้งความดำเนินคดี ในมาตรา 157 และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง
การเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ คณะศิษย์เก่าได้นำหลักฐานภาพถ่าย คลิปตัดไม้ที่ปรากฏบุคคล มีผู้อำนวยการโรงเรียนและพ่อค้าไม้ที่ระบุว่าเป็นพ่อเลี้ยงค้าไม้อยู่ที่จังหวัดแพร่ กำลังตัดไม้และนำขึ้นรถขนออกไปจากโรงเรียน เป็นไม้หวงห้าม ไม้เบญจพรรณ และต้นไม้หายาก ที่เรียกว่าไม้โบราณ โดยเฉพาะต้นสมอพิเภกอายุประมาณ 100 ปี ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีมูลค่าสูง ประเมินราคาต้นละ 100,000-300,000 บาท
ราคาไม้ที่ถูกตัดทั้งหมดน่าจะมีราคามากว่า 500,000 บาท นอกจากนี้ยังได้สะท้อนคำพูดของ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ที่ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชน มองว่าเป็นสิทธิ์การอธิบายตามอำนาจหน้าที่ แต่ยังไม่ชัดเจนและมีความล่าช้าในการตรวจสอบ จนทำให้เกิดปัญหากระทบจิตใจประชาชนและสร้างความเสียหาย
นางปาริชาติ หาญไชยนะ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย รุ่น 32 กล่าวว่าเรื่องการตัดไม้ในโรงเรียนกมลาไสย สร้างความเศร้าสะเทือนใจให้กับศิษย์เก่า นักเรียนในโรงเรียน คณะครู พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จากการที่ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ (สพม.กาฬสินธุ์)ได้ออกมาแถลงข่าวนั้น ถือเป็นสิทธิ์การอธิบายตามอำนาจหน้าที่ รวมไปถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางปกครอง ต่อผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสยนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าขั้นตอนพิจารณาล่าช้ามาก
เกรงว่าจจะเกิดมวยล้มด้วย การเข้าให้ปากคำครั้งนี้จึงนำพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อคดีมายื่นให้พนักงานสอบสวน สามารถยืนยันตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ชัดเจนขึ้น โดยหลักฐานจะมีภาพถ่ายและคลิป รวมถึงเอกสารจากคณะกรรมการโรงเรียน ให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด สิ่งที่ต้องการให้ สพม.กาฬสินธุ์ เร่งรัดและกำหนดกรอบเวลาพิจารณาไต่สวนทางวินัยทางปกครองภายใน 1 เดือน เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ซึ่งศิษย์เก่าพร้อมใจออกมาปกครองโรงเรียนถึงที่สุด
ด้านพ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.กมลาไสย กล่าวว่าขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย ลงพื้นที่เก็บหลักฐานแล้ว พร้อมได้ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และปปท.เขต 4 ขอนแก่น ร่วมตรวจสอบ พบว่าต้นไม้หลายประเภทถูกตัดไป 32 ต้นจริง ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้กล่าวหาที่หลายปาก ทั้งประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาตรวจสอบปริมาตรไม้เพิ่มเติม หลังจากนั้นจะสรุปสำนวนส่ง ปปท.-ปปช. ดำเนินคดีตามกฎหมายภายใน 30 วัน
ผลการสอบปากคำผู้กล่าวหา เบาะแสการตัดไม้รวมทั้งการขนย้าย คืบหน้าไปมาก ได้ข้อมูลมากขึ้น ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม และภาพถ่ายยืนยันตัวบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งตำรวจไม่นิ่งนอนใจ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมายอย่างเข้มงวด โดย พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเองและกำชับทำงานตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
แหล่งข่าวแจ้งว่าขณะนี้ศิษย์เก่าของโรงเรียนกมลาไสย และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย ได้ออกมารวมตัวกันปกป้องโรงเรียน พฤติกรรมตัดไม้โรงเรียน เป็นสิ่งไม่น่าเกิดขึ้นและต้องการรับคำชี้แจงจากผู้อำนวยการ พ่อค้าไม้รายนี้ ได้เข้ามาภายในโรงเรียนตั้งแต่ผู้อำนวยการย้ายมา
แหล่งข่าวทางลับระบุด้วยว่า ถึงแม้จะเป็นพ่อเลี้ยงเมืองแพร่แต่ปัจจุบันได้มาตั้งโรงไม้ ในจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ตั้งโรงไม้จะอยู่ติดกับอำเภอกมลาไสย จึงต้องการให้ตำรวจเข้าตรวจสอบให้ชัดเจน ทั้งนี้ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลางได้เข้ามาดูปัญหาการตัดไม้ ทราบว่าปัญหานี้ได้ถึงหูผู้ใหญ่ระดับสูง จึงสั่งการให้ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน หากมีการร้องทุกข์ไปยังตำรวจสอบสวนกลาง ทางตำรวจสอบสวนกลางก็จะเข้ามารวมคดีที่จะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายด้วย


