ลำปาง – เถ้าแก่เนี้ยร้านทุเรียนชื่อดัง เปิดอกช้ำ..หลงเชื่อล้งจีนเมียไทย เข้าร่วมหุ้น-รับจัดหาทุเรียนส่งจีน ไม่ถึง 4 เดือนสำรองจ่ายไป 39 ล้าน บริษัทโอนกลับมาไม่ครบ-ขอเคลียร์บัญชีกลับถูกแจ้งความกล่าวหา “ยักยอก” ถูกชาวสวนตามทวงเงินเกือบ 2 ล้านซ้ำอีก ตัดสินใจร้องสื่อฯพิสูจน์ความจริง
นางกัลยา ภูมิรินทร์ หรือ เจ๊แมว เจ้าของร้านขายทุเรียนชื่อดังในลำปาง วัย 50 ได้ร้องเรียนผ่านสื่อฯ ว่าขณะนี้เครียดมาก เพราะถูกล้งจีนที่ทำธุรกิจด้วยเบี้ยวไม่ยอมจ่ายส่วนต่าง รวมถึงค่าใช้จ่าย-ค่าแรงงานลูกน้องขึ้นทุเรียน และค่าทุเรียนของชาวสวน
เจ๊แมว เล่าว่า คลุกคลีอยู่กับทุเรียนตั้งแต่เกิด มีสวนทุเรียนกว่า 200 ไร่ รู้ทุกขั้นตอนตั้งแต่ปลูกจนถึงการจำหน่าย และที่ผ่านมานอกจากจำหน่ายทุเรียนในสวนของตัวเองแล้วยังรับซื้อทุเรียนชาวสวนทั้งในจังหวัดจันทบุรีและชุมพร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในราคาที่เกษตรกรพอใจ ที่เคยจัดหาทุเรียนส่งให้ล้งชาวจีนหลายเจ้า แต่ไม่เคยมีปัญหาทุกครั้งก็ทำงานด้วยกันแบบเชื่อใจและซื่อสัตย์
กระทั่งเมื่อเดือนเมษายน 2569 มีเพื่อนแนะนำให้รู้จักกับโรงงานในจังหวัดชุมพรซึ่งเจ้าของเป็นชาวจีนแต่มีภรรยาเป็นคนไทย ซึ่งได้ติดต่อให้ช่วยหาทุเรียนส่งเข้าล้ง แบ่งเป็น 2 จังหวัดคือ ล้งในจังหวัดจันทบุรี ให้ตนจัดหาทุเรียนเข้าล้งโดยส่งในราคาเกษตรกร และตนจะได้ค่าดำเนินงานกิโลกรัมละ 1 บาท ทุนทั้งหมดบริษัทฯรับผิดชอบ
ส่วนล้งในจังหวัดชุมพร ให้ตนเข้าเป็นหุ้นส่วน เป็นผู้บริหารจัดหาทุเรียน เพราะกว้างขวางและรู้จักชาวสวนเนื่องจากเคยทำธุรกิจด้วยกันมาก่อน ส่วนทุนทั้งหมดบริษัทฯเป็นผู้รับผิดชอบ
ตนเห็นว่าเป็นอีกช่องทางในการขยายตลาด จึงตกลง และเริ่มดำเนินการนำทุเรียนส่งเข้าล้งทั้ง 2 จังหวัดโดยสำรองเงินค่าดำเนินการต่างๆและตั้งเบิกค่าใช้จ่ายไปยังบริษัทฯ ซึ่งเสมียนจะทำบัญชีด้วยมือทุกวัน
หลังจากที่ส่งทุเรียนเข้าล้งจันทรบุรี ปรากฏว่าบริษัทฯจ่ายเพียงค่าสินค้าคือค่าทุเรียนให้ชาวสวน แต่ค่าดำเนินงานของตนได้รับเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้อีกเลยแม้จะทวงถามเรื่อยมา ส่วนล้งชุมพร ก็ส่งทุเรียนไปแล้วรวม 18 ตู้คอนเทนเนอร์
ระหว่างการดำเนินงานระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ค.69 ทางบริษัทฯ ได้ทยอยโอนเงินมาให้รวมยอด 34,500,000 บาท ต่อมา เมื่อวันที่ 15 ส.ค.69 จึงได้สรุปรายการรับ-จ่ายทั้งหมดจากที่ตนเองสำรองจ่ายไปแทนบริษัทฯ ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ รวมยอดถึง 39,826,840 บาท ซึ่งยังค้างส่วนต่างที่บริษัทฯต้องจ่ายคืนมากว่า 5 ล้านบาท ตนเองต้องการเคลียร์
แต่ทางบริษัทฯ โดยภรรยาของเจ้าของล้งซึ่งเป็นคนไทยไม่ยอมเจรจาและอ้างว่าเงิน 34 ล้านที่โอนให้รวมยอดหมดแล้ว และ พบว่ามีค่าใช้จ่ายเพียง 30 ล้าน ส่วน 4 ล้านบาทเศษ กล่าวหาว่าตนยักยอกเงินไปใช้โดยอ้างกับชาวสวน ซึ่งตนเพิ่งทราบเช่นกันว่าชาวสวนยังไม่ได้เงินอีก 1.8 ล้านบาท
ตนเองโทรไปหาภรรยาของบริษัทฯและพนักงาน เพื่อขอให้มาเคลียร์บัญชีให้ถูกต้อง3-4ครั้ง ก็ไม่ยอมมาเคลียร์ แต่บอกกับชาวสวนว่าตนเองโกงเงินให้มาทวงกับตนและจะไม่ยอมจ่ายอะไรอีกแล้ว พร้อมบอกว่าชาวสวนว่าได้ประสานตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนและแจ้งความไว้แล้ว
เมื่อเจรจาไม่ได้ตนจึงพร้อมเปิดหน้านำเรื่องมาร้องสื่อเพื่อขอพิสูจน์เรื่องดังกล่าวว่าใครที่โกหกและใครที่โกงกันแน่และไม่เคยเชื่อเลยว่าคนไทยด้วยกันจะทำร้ายคนไทยที่เป็นชาวสวนได้ และด้วยที่ตนเองยังจะต้องอยู่ในวงการทุเรียนอีกนาน ใครที่มากล่าวหาว่าตนเองโกง บอกเลยว่า..รับไม่ได้และคงไม่มีใครคบหาคนที่โกงได้


