ปราจีนบุรี – นายอำเภอศรีมหาโพธิ ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับแจ้งพบรถบรรทุกขนยางรถยนต์เก่าและกากอุตสาหกรรมไม่ทราบชนิดเข้ามากองในพื้นที่บ้านท่าอุดม เบื้องต้นพบทั้งยางเก่า เศษขอบยาง และวัสดุจากอุตสาหกรรมบางส่วนถูกเผา เร่งประสานอุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบเป็นวัตถุอันตรายเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติม
วันนี้ (1 ก.ย. ) นางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณหมู่ 2 บ้านท่าอุดม ตำบลบ้านทาม อำเภอศรีมหาโพธิ หลังได้รับแจ้งจากกำนันตำบลบ้านทาม เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่ามีรถบรรทุกขนยางรถยนต์เก่าและกากอุตสาหกรรมไม่ทราบชนิดเข้ามากองไว้ในพื้นที่
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบกองยางรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้งานแล้ว รวมถึงเศษยาง ขอบยาง และกากอุตสาหกรรมลักษณะเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยบางส่วนมีร่องรอยถูกไฟเผา นำมากองรวมกันอยู่ภายในพื้นที่ซึ่งมีการล้อมรั้ว และอยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารลักษณะคล้ายโกดัง
จากข้อมูลเบื้องต้น พื้นที่ดังกล่าวเดิมมีการขออนุญาตก่อสร้างเป็นที่พักอาศัย แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองพื้นที่ โดยทราบเบื้องต้นว่าเป็นของหญิงชาวไทย ซึ่งมีสามีเป็นชาวจีน และปัจจุบันเช่าบ้านพักอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ
นางสาวจุฑามาศ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ศรีมหาโพธิ และประสานสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีเข้าตรวจสอบชนิดและแหล่งที่มาของกากอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างละเอียด
เบื้องต้นทราบข้อมูลว่า กากอุตสาหกรรมที่พบอาจถูกขนมาจากพื้นที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี โดยมีปลายทางเป็นโรงงาน ซึ่งคาดว่าเป็นโรงหลอมในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ไม่สามารถนำเข้าโรงงานได้ เนื่องจากโรงงานอาจมีวัสดุเต็มหรือไม่สามารถรับของได้ จึงนำมากองพักไว้ในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารการขนย้ายอีกครั้ง
นายอำเภอศรีมหาโพธิ ระบุว่า จากสภาพพื้นที่เบื้องต้นยังไม่พบลักษณะชัดเจนว่าเป็นการนำกากอุตสาหกรรมมาทิ้งหรือใช้ถมที่ แต่มีลักษณะคล้ายการนำมากองพักเพื่อรอดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่ากากดังกล่าวคืออะไร มาจากแหล่งใด และได้รับอนุญาตให้ขนย้ายและนำมากองไว้ในพื้นที่หรือไม่
ส่วนการดำเนินการ เบื้องต้นได้สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่เข้าแจ้งความตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข และหากผลการตรวจสอบพบว่ากากดังกล่าวเข้าข่ายวัตถุอันตราย จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามผู้รับผิดชอบพื้นที่และผู้ที่นำยางเก่าและกากอุตสาหกรรมเข้ามากอง เพื่อดำเนินการขนย้ายกลับไปยังแหล่งต้นทาง และตรวจสอบว่า “นำมาจากไหน ต้องขนกลับไปที่นั่น” เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่


