xs
xsm
sm
md
lg

ทลฉ.เตรียมรับมือจราจรภาวะวิกฤต หลังพายุทำเรือดีเลย์ หวั่นตู้สินค้าสะสม-รถบรรทุกแห่เข้าท่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - ท่าเรือแหลมฉบังเร่งวางมาตรการรับมือจราจรภายในท่า หลังอิทธิพลพายุส่งผลกระทบต่อการเดินเรือ ทำเรือบางลำเข้า-ออกท่าเทียบเรือล่าช้า กระทบต่อการบริหารจัดการตู้สินค้าและการขนส่งทางบก หวั่นเกิดรถบรรทุกสะสม เตรียมตั้งทีมเฉพาะกิจประเมินสถานการณ์ พร้อมระบบแจ้งเตือน 3 ระดับ ตั้งแต่ปกติ เฝ้าระวัง จนถึงวิกฤต

วันนี้( 31 ส.ค.) นายวีรชาติ พุทธรักษา ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมและกำหนดมาตรการบริหารจัดการจราจรในภาวะวิกฤต ณ ห้องแตรทอง 1 ศูนย์สวัสดิการท่าเรือแหลมฉบัง โดยมีพนักงานท่าเรือแหลมฉบัง ผู้แทนสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ ผู้แทนสายเรือ และผู้ประกอบการขนส่งเข้าร่วมประชุม

นายวีรชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์สภาพอากาศและอิทธิพลของพายุในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือและการปฏิบัติงานทางทะเล ทำให้เรือบางลำเกิดความล่าช้าในการเข้า-ออกท่าเทียบเรือ ซึ่งผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเดินเรือ แต่ยังส่งต่อไปถึงการบริหารจัดการตู้สินค้าและการขนส่งทางบก

เมื่อเรือเกิดความล่าช้า อาจทำให้ตู้สินค้าบางส่วนเกิดการสะสม และเมื่อมีการระบายตู้สินค้าออกพร้อมกัน จะส่งผลให้มีรถบรรทุกเข้ามาใช้บริการภายในท่าเรือเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน จนอาจเกิดการสะสมของปริมาณรถและกระทบต่อการจราจรภายในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังได้

ท่าเรือแหลมฉบังจึงได้หารือร่วมกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าและกำหนดแนวทางบริหารจัดการให้สามารถรับมือกับปริมาณงานที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที โดยหนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการจัดตั้ง “ทีมเฉพาะกิจ” เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ประเมิน และแจ้งเตือนสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการจราจรภายในท่าเรือ

พร้อมกันนี้ เตรียมกำหนดระดับการแจ้งเตือนสถานการณ์เป็น 3 ระดับ ได้แก่ สีเขียว หมายถึงสถานการณ์ปกติ สีเหลือง หมายถึงสถานการณ์เฝ้าระวัง ซึ่งทุกฝ่ายต้องเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และ สีแดง หมายถึงสถานการณ์ขั้นวิกฤต ซึ่งจำเป็นต้องใช้มาตรการบริหารจัดการร่วมกันอย่างเข้มข้น

นายวีรชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารจัดการในภาวะวิกฤตจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งท่าเรือ หน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือ สายเรือ และผู้ประกอบการขนส่ง โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเรือที่ล่าช้า ปริมาณตู้สินค้า และแนวโน้มการเข้ามาของรถบรรทุก เพื่อให้สามารถเตรียมมาตรการรองรับได้ก่อนเกิดปัญหาจริง

ขณะเดียวกัน ท่าเรือแหลมฉบังจะเร่งปรับปรุงระบบการสื่อสารข้อมูลให้มีความรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถรับทราบสถานการณ์และเตรียมแผนปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการสะสมของรถบรรทุกและผลกระทบต่อการจราจรโดยรวม

ทั้งนี้ การเตรียมมาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการบริหารจัดการท่าเรือแหลมฉบังให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่มีความผันผวน ทั้งจากสภาพอากาศ การเดินเรือ และปริมาณตู้สินค้า โดยมุ่งให้การขนส่งสินค้าสามารถเดินหน้าต่อเนื่อง ควบคู่กับการลดผลกระทบด้านการจราจรและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่โดยรอบ