ลำปาง - อุทาหรณ์รักซ้อน..หนุ่มลำปาง พบเมียส่อมีชู้ ตามดักรอเห็นภาพบาดตาคาหอพัก ขณะชายคนใหม่ขับรถมาส่ง-จูบกันดูดดื่ม จนโมโหหึงปรี่เข้าทำร้ายชายคนใหม่จนเข้าไอซียู หลังก่อเหตุเครียดจัดไปกินยาล้างห้องน้ำหวังหนีผิด แต่รอด รุดขอขมาพ่อเหยื่อ-เผยไม่ได้ตั้งใจเอาชีวิตพร้อมรับผิดชอบแต่ไม่มีเงิน
วันนี้(31 ส.ค.) นายบุญส่ง คำปากูล อายุ 61 ปี พร้อมด้วยนายเจษฏา ฟูกุล ทนายความเพจ “ทนายเดทำได้” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ช่วงบ่ายที่ผ่านมาเพื่อให้ช่วยเร่งรัดคดี พร้อมนำคลิปหลักฐานที่นายเอกพล คำปากูล อายุ 33 ปี ลูกชาย ซึ่งถูก “นายบาส” อดีตแฟนหนุ่มของ “ปุ้ย” แฟนลูกชายทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะนี้ยังนอนในห้องไอซียูให้ผู้สื่อข่าวดู
ซึ่งภาพวงจรปิดจะเห็น “นายบาส” เข้าทำร้ายนายเอกพล ขณะที่ “ปุ้ย” แฟนสาวพยายามห้ามและพยายามเดินตามกันตัวนายบาสออกจากนายเอกพล ต่อมานายบาส ได้ไปหยิบเอาจานรองกระถางต้นไม้ฟาดหัวนายเอกพลจนล้มลง และต่อมาจนท.ตำรวจได้เข้ามาระงับเหตุ-นำตัวส่งรพ.ลำปาง แต่นายเอกพลอาการโคม่าเลือดคั่งในสมองจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
นายบุญส่ง พ่อของนายเอกพล ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่าลูกชายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว มีลูกชายอายุเพียง 6 ขวบและเป็นเสาหลักครอบครัว เมื่อ1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ น.ส.ปุ้ยแฟนสาวได้ขับรถมาที่บ้านมาขอทานข้าว ตนในฐานะพ่อก็ถาม เพราะยังไม่วางใจ ฝ่ายหญิงบอกว่าเป็นคนแม่พริก ก่อนหน้านั้นทำงานอยู่ที่ระยอง เพิ่งกลับมาบ้าน ส่วนแฟนได้เลิกรากันไปแล้ว ไม่มีลูก ซึ่งตนก็ไม่ได้ว่าอะไรก็ขอให้ดูๆกันไปก่อน
จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ลูกชายอาการโคม่า หมอเจาะกะโหลก อนาคตหากรอดก็ต้องใส่กะโหลกเทียม เจาะคอ เจาะไขสันหลัง และหากหายใจไม่ได้ก็ต้องเจาะคอ มีโอกาสที่ลูกชายจะเป็นเจ้าชายนิทรา ตนมองว่าอีกฝ่ายใจร้ายมากเกินไปจะดำเนินคดีกับอีกฝ่ายให้ถึงที่สุด
ขณะที่นายบุญส่งและทนายความนั่งรอเวลาอยู่ม้าหินอ่อนหน้า สภ.เมืองลำปาง “นายบาส” ผู้ก่อเหตุ ก็ได้เดินมาหาและก้มลงกราบเท้านายบุญส่งเพื่อขอขมาและบอกว่าตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายนายเอกพลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือคิดฆ่าให้ตาย แต่ขณะนั้นยอมรับว่าโมโหมากเมื่อเห็นทั้งคู่จูบกันในรถจึงคุมอารมณ์ไม่อยู่
นายบาส ผู้ก่อเหตุเปิดเผย ว่าอยู่กินหรือ คบหากับน.ส.ปุ้ย มา 2ปี กระทั่งวันที่ 12-13 ส.ค.69 จับได้ว่าแฟนสาวไปคุยกับนายเอกพล โดยได้หลักฐานที่ทั้งคู่แชตคุยกัน จึงทราบว่าทั้งคู่แอบคุยกันได้ 5-6 เดือนแล้ว เคยขอให้ทั้งคู่เลิกกัน เพราะตนกับแฟนสาวก็ยังไม่ได้เลิกรากันตามที่ฝ่ายหญิงอ้าง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม
จนสี่ทุ่มวันที่ 22 ส.ค.69 วันที่เกิดเหตุ ตนทราบว่าทั้งคู่แอบนัดกัน จึงไปดักรอที่หอพัก โดยไปแอบรออยู่หลังแทงค์น้ำ จนกระทั่งเห็นทั้งคู่ขับรถยนต์กลับมาที่หอ ตนเห็นแฟนสาวและนายเอกพลจูบกันในรถ จึงคุมอารมณ์ไม่อยู่เข้าไปทำร้ายนายเอกพลตามในคลิป แต่ตนเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน นิ้วเท้าหัก-ต้นแขนซ้ายมีรอยฟกช้ำ
ช่วงชุลมุนจนตำรวจมาระงับเหตุ ซึ่งขณะนั้นตนไม่ได้คิดอะไร แต่โมโหมากและไม่ได้เตรียมอาวุธอะไรไป ก็คว้าถาดรองกระถางต้นไม้ที่อยู่ในบริเวณนั้นมาฟาด ซึ่งไม่คิดว่าเขาจะบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นตนเองก็กลับบ้านของแฟนสาวซึ่งเครียดมาก วันต่อมาตนจึงตัดสินใจกินน้ำยาล้างห้องน้ำเพื่อหวังจะฆ่าตัวตาย แต่พ่อตา (พ่อของแฟนสาว)แจ้งกู้ภัยนำส่งรพ.ได้ทัน
“ยอมรับว่าตอนนี้แฟนสาวก็กลับมาอยู่ด้วยกัน เพราะพ่อของแฟนขอให้จบเรื่องและกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง แต่ตลอดที่ผ่านมาตนเองกับแฟนก็ไม่ได้เลิกรากันแต่อย่างใด หลังจากที่ตนออกจาก รพ.ก็เพิ่งทราบว่าคู่กรณีอาการสาหัสก็เสียใจเหมือนกันและต้องการเข้ามาขอโทษ เพราะตนต้องการเพียงแค่จะสั่งสอนเท่านั้นไม่ได้มุ่งหวังเอาชีวิตตอนนี้ทราบว่าคู่กรณีอาการหนักก็รู้สึกผิดและพร้อมจะรับผิดชอบ แต่ตนก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ก็ยินดีที่จะเยียวยาเท่าที่จะทำได้”
ขณะที่ฝ่ายหญิงไม่ปรากฏตัวและหลังเกิดเหตุก็ไม่เคยติดต่อทางครอบครัวของนายเอกพลแต่อย่างใด
ด้านนายเจษฏา ฟูกุล ทนายความเปิดเผยว่าได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อผู้เสียหายผ่านเพจทนายเดทำได้ ให้มาช่วยดูคดีให้ เพราะเขาไม่รู้กฎหมาย แถมลูกชายเขายังถูกคู่กรณีทำร้ายจนอาการโคม่า วันนี้ก็ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อคุยกันในเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แต่ก็พร้อมจะช่วยเหลือในด้านของคดีให้กับครอบครัวผู้เสียหายต่อไป


