เชียงราย – “หมอเก๋งแดง” แพทย์รังสีวิทยาฯ ม.แม่ฟ้าหลวง รับทุกข้อกล่าวหา ขอโทษและเสียใจ..ขับฝ่าสัญญาณไฟชนท้าย จยย.กลางแยกนางแล จน นศ.นิติศาสตร์ มฟล.ดับ 2 เจ็บสาหัสอีก 1 ยืนยันดูแลตั้งแต่ต้น และพร้อมเยียวยาตามสมควรจนทุกฝ่ายดีขึ้น
เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.วันนี้ (31 ส.ค.) นายแพทย์กมล ราชคม อายุ 32 ปี แพทย์และหัวหน้าสาขารังสีวิทยาวินิจฉัย สำนักวิชาแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จ.เชียงราย ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
หลังนายแพทย์กมลได้ขับรถยนต์เก๋ง MG5 สีแดง ป้ายทะเบียน ขค 8024 เชียงราย พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ Scoopy I สีดำ ทะเบียน 1 กจ 3764 น่าน บริเวณสามแยกนางแล บนถนนพหลโยธิน ขาขึ้น ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จนทำให้ น.ส.นิชาภา พรมตอง อายุ 19 ปี ชาว จ.น่าน และ น.ส.อัลฟาริน กาซอ อายุ 18 ปี ชาว จ.ปัตตานี นักศึกษาสำนักวิชานิติศาสตร์ มฟล.เสียชีวิตทั้ง 2 คน และ น.ส.พัชรีพร นครจันทร์ อายุ 18 ปี ชาว จ.ชลบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัส คืนวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา 2 ข้อหาต่อนายแพทย์กมลว่า “ขับรถประมาทหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน, ขับรถโดยประมาณเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายสาหัส และมีทรัพย์สินเสียหาย” ซึ่งนายแพทย์กมลได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำเพิ่มเติมก่อนให้กลับได้โดยไม่มีการควบคุมตัวเนื่องจากต้องรอหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์มาประกอบสำนวนให้แล้วเสร็จก่อน
นายแพทย์กมล กล่าวว่าก่อนเกิดเหตุตนพึ่งกลับจากที่ทำงานในตัวเมืองเชียงราย กำลังเดินทางกลับหอพักภายใน มฟล.แต่เมื่อถึงสามแยกสัญญานไฟจราจร ด้วยความรีบกลับไปพักจึงเกิดความประมาทและฝ่าสัญญานไฟเหลืองจึงชนกับผู้ที่ประสบเหตุดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นจำความเร็วที่ขับไม่ได้ และมองไม่เห็นรถจักรยานยนต์เด็กนักศึกษาเลย โดยคิดว่าน่าจะขับผ่านไปได้ในเสี้ยววินาทีโดยไม่ได้เบรก เมื่อเกิดเหตุชนแล้วลงไปดูรถที่ถูกชนก็ตกใจและเสียใจมาก ยอมรับผิดทุกประการ
"ตอนที่ลงไปดูน้องตอนแรกเขามีอยู่ 2 คน พบว่าแน่นิ่ง 1 คน และดิ้นได้ 1 คน เมื่อไปดูคนที่นิ่งพบว่าไม่มีชีพจร จึงช่วยปรับคอ หมุนตัวคนไข้และซีพีอาร์เพื่อให้ทางเดินหายใจดีขึ้นด้วยการยกคาง ตอนนั้นผมเข้าใจว่าไม่ได้พูดอะไร ถ้าสมมุติว่าถ้าคำพูดของผมอาจจะคล้ายหรือทำให้คนเข้าใจผิด ยิ่งพูดกับตำรวจด้วย คิดไม่ออกและคิดว่าไม่ได้พูดให้คนเข้าใจผิดเลย"
นายแพทย์ กมล กล่าวอีกว่าหลังเกิดเหตุตนเข้าช่วยเหลือทุกด้านทั้งการรักษา ค่างานศพ ค่าเคลื่อนย้ายศพ กรณีกลัวจะกระทบกระทั่งกับญาติก็มีคนกลางคอยประสานให้ตลอดทุกราย ทั้งนี้ตนยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่างจนกว่าพ่อแม่พี่น้องทุกฝ่ายจะดีขึ้น ยินดีจะคุยและรับผิดชอบแต่บางรายอาจจะยังรับกับเหตุการณ์ไม่ได้แต่หลังจากนี้ตนพร้อมจะรับผิดชอบแน่นอน
"ผมขอโทษขออภัยที่ทำให้เกิดเรื่องที่สูญเสียที่สุด พ่อแม่ก็สูญเสียยิงกว่า ขออภัยจริงๆ ครับ ผมยินดีรับผิดและยินดีรับผิดชอบเยียวยาตามที่สมควรจะเป็นครับ" นายแพทย์ กมล กล่าวในที่สุด
ด้านนายสุวิจักขณ์ จันดาพันธ์ รองคณะบดี สำนักวิชานิติศาสตร์ มฟล.ที่เดินทางพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ พร้อมกับนายแพทย์กมล กล่าวว่าทางสำนักวิชาฯ ได้ตั้งคณะทำงานติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ขอบคุณผู้ปกครองของนักศึกษาที่ประสบเหตุทุกรายที่ไว้วางใจในสำนักวิชาฯ จึงจะดูแลสวัสดิการ ประกันชีวิต เงินชดเชยต่างๆ ฯลฯ ให้ดีที่สุด รวมทั้งมอบหมายให้รุ่นพี่ศิษย์เก่าที่เป็นทนายความเรียกร้องความเสียหายให้ตามกฎหมายและคดีก็ให้มีความยุติธรรม
สำหรับอาการของผู้บาดเจ็บอีกรายที่กำลังรักษาตัวอยู่นั้น แพทย์ผู้ดูแลระบุว่า ผู้ป่วยมีบาดแผลเล็กน้อยที่แขนและขา แต่ประเด็นสำคัญคือกระดูกใบหน้าหัก ซึ่งได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งอย่างใกล้ชิด ในช่วงแรกของการรักษาถือว่าทำได้ดี สัญญาณชีพต่างๆ (Vital signs) อยู่ในเกณฑ์คงที่ (Stable) ไม่มีอาการผิดปกติทางสมอง ประเมินแล้วอาการพ้นขีดอันตรายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง
ซึ่งศูนย์การแพทย์ มฟล. มีศักยภาพและความพร้อมในการรักษาได้อย่างครบถ้วน โดยยังไม่มีความจำเป็นต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอื่น เพราะอาการปลอดภัยเกินกว่าครึ่งและไม่ได้มีอาการทางสมองด้วย.


