ศูนย์ข่าวศรีราชา - ชาวบ้านตั้งข้อสงสัยพื้นที่ใกล้ท่าเรือแหลมบาลีฮาย ถูกนำมาเปิดรับฝากรถนักท่องเที่ยวเดินทางไปเกาะล้าน เรียกค่าจอดราวคันละ 300 บาท ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบมีรถเข้าไปจอดถึงภายในอาคาร “Waterfront” ทั้งที่เมืองพัทยาเคยแจ้งความดำเนินคดี หลังพบการใช้อาคารซึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งห้ามใช้ จี้หน่วยงานตรวจสอบให้ชัด ใครมีสิทธิใช้พื้นที่–เก็บค่าบริการ และเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่งหรือไม่
ผู้สื่อข่าวได้รับรีองเรียน จากประชาชนเกี่ยวกับตรวจสอบการใช้พื้นที่บริเวณใกล้อาคารโครงการ Waterfront ใกล้ท่าเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังพบว่ามีกลุ่มบุคคลนำพื้นที่บริเวณดังกล่าวมาใช้เป็นจุดรับฝากรถของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเกาะล้าน โดยมีการเรียกเก็บค่าจอดรถประมาณคันละ 300 บาท
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบรถของนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้าอาคาร และมีบุคคลทำหน้าที่รับฝากรถ ขณะที่รถบางส่วนถูกนำเข้าไปจอดภายในพื้นที่อาคาร Waterfront ด้วย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครองพื้นที่ ตลอดจนสิทธิในการนำพื้นที่แต่ละส่วนมาให้บริการรับฝากรถและเรียกเก็บค่าบริการนั้น ยังจำเป็นต้องให้เมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ
ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวกำลังบันทึกภาพสภาพพื้นที่ พบชายและหญิงประมาณ 4–5 คนอยู่บริเวณจุดรับฝากรถ โดยบุคคลในพื้นที่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพผู้สื่อข่าว พร้อมโทรศัพท์ติดต่อบุคคลอื่น ขณะที่ผู้สื่อข่าวยังคงบันทึกภาพการใช้พื้นที่และการนำรถเข้าจอดไว้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบ
สำหรับอาคารโครงการ Waterfront ก่อนหน้านี้เมืองพัทยาเคยเข้าตรวจสอบ โดยระบุว่าอาคารยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ และอยู่ภายใต้คำสั่งห้ามใช้อาคาร เนื่องจากการนำรถหรือบุคคลเข้าไปใช้พื้นที่อาจก่อให้เกิดอันตราย พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายมาแล้ว
ทั้งนี้ จากรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีของ สภ.เมืองพัทยา ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ผู้ได้รับมอบอำนาจจากเมืองพัทยาได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ภายหลังได้รับข้อมูลเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. ว่ามีกลุ่มรถจักรยานยนต์เข้าไปจอดบริเวณด้านล่างและชั้น 2 ของอาคารโครงการ Waterfront
เอกสารดังกล่าวระบุว่า อาคารอยู่ภายใต้คำสั่งของเมืองพัทยาตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการห้ามใช้อาคาร หรือยินยอมให้บุคคลใช้อาคารที่อาจเป็นอันตราย ตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี
เมืองพัทยาจึงมอบอำนาจให้ผู้แทนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินการกับบริษัทเจ้าของโครงการและผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยาได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินการตามขั้นตอน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดจากการลงพื้นที่ยังพบการนำบริเวณดังกล่าวมาใช้รับฝากรถนักท่องเที่ยวและเรียกเก็บค่าบริการ รวมถึงพบรถถูกนำเข้าไปจอดภายในตัวอาคารอีกครั้ง ทำให้เกิดคำถามว่า บุคคลหรือกลุ่มใดเป็นผู้ดำเนินการ มีสิทธิใช้พื้นที่และเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวหรือไม่ และการนำรถเข้าไปจอดภายในอาคารเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่งห้ามใช้อาคารหรือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ชาวบ้านจึงเรียกร้องให้เมืองพัทยา ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะสถานะของพื้นที่ ผู้ดำเนินการรับฝากรถ และการนำอาคารมาใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างความชัดเจน ป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ตลอดจนคำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ
ต


