xs
xsm
sm
md
lg

ตร.เร่งล่า “มือมีดวีออสดำ”แทง “นายก อบต.บ้านติ้ว” คาวงเจรจาจนเสียชีวิต–ภรรยาเจ็บสาหัส ก่อนซิ่งเก๋งหนีกลางดึก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพชรบูรณ์ - ตำรวจเร่งล่า..คนร้ายโหด ใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทง “นายก อบต.บ้านติ้ว หล่มสัก” ขณะนั่งพูดคุยเจราจากันในโรงจอดรถกลางดึกจนเสียชีวิต ภรรยามาเห็นโดนแทงด้วย จนต้องวิ่งหนีตายเข้าบ้าน ก่อนมือมีดลากตัวเหยื่อออกไปไกลกว่า 30 เม็ด แล้วควบวีออสดำหนีไร้ร่องรอย


ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสารเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา(30 ส.ค.) ว่าเกิดเหตุใช้อาวุธมีดแทงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ที่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่ 1 ต.ตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จึงเดินทางตรวจสอบพร้อมด้วยอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสักและหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหล่มสัก

ที่เกิดเหตุพบนายหลักทรัพย์ คำโสม อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นนายกอบต.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถูกอาวุธมีดแทงบริเวณหน้าท้อง ใต้ลิ้นปี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ยังพบ นางสมจิตร คำโสม อายุ 60 ปี ภรรยาของนายหลักทรัพย์ ถูกแทงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งสองรายส่งโรงพยาบาลหล่มสัก แพทย์ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น แต่นายหลักทรัพย์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา และจากการชันสูตรพบถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณคอ หัวใจ ลิ่นปี่ หน้าอก จำนวนหลายแผล


จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 19.00น. จนถึงประมาณ 21.40 น. นายหลักทรัพย์และคนร้ายได้นั่งพูดคุยกันบริเวณจุดโรงจอดรถ ซึ่งใช้เป็นสถานที่รับแขก ภายในมีโซฟาไม้และม้านั่ง แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดเหตุการณ์หรือปัญหาใดขึ้น ก่อนที่คนร้ายจะใช้อาวุธมีดแทงนายหลักทรัพย์จนได้รับบาดเจ็บ

ต่อมานางสมจิตร ภรรยา เดินมาเห็นเหตุการณ์ คนร้ายจึงใช้อาวุธมีดแทงนางสมจิตรจนได้รับบาดเจ็บอีกคน นางสมจิตรจึงวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในบ้าน ขณะที่คนร้ายพาตัวนายหลักทรัพย์ออกจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร ก่อนขับรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับหลบหนีไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถระบุสาเหตุและแรงจูงใจที่แน่ชัดของการก่อเหตุในครั้งนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนได้ประสาน พิสูจน์หลักฐานเพชรบูรณ์ เข้าร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว เพื่อประกอบการติดตามผู้ก่อเหตุต่อไป