เชียงราย – “หมอหนุ่ม รพ.แม่ฟ้าหลวง” เปิดอกขับเก๋งแดงชน จยย.นศ.ดับ 2 สาหัส 1..บอกขับมาตามที่เห็นคลิป–ชนแล้วลงช่วยทันที พร้อมรับผิดชอบช่วยทุกอย่าง-ไม่เคยพูดตัวเองยังมีอนาคตอีกไกล ขณะที่ ตร.เรียกรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
ความคืบหน้า กรณีนายแพทย์หนุ่มอายุ 32 ปี แพทย์ด้านรังสีวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จ.เชียงราย ขับเก๋งแดงฝ่าไฟเหลืองชนท้ายรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาที่จอดรอสัญญานไฟตรงสามแยกนางแล ถนนพหลโยธิน ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย เมื่อคืนวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา
ซึ่งทำให้ น.ส.นิชาภา พรมตอง อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นชาว จ.น่าน และ น.ส.อัลฟาริน กาซอ อายุ 18 ปี ชาว จ.ปัตตานี นักศึกษานิติศาสตร์ มฟล.เสียชีวิต และ น.ส.พัชรีพร นครจันทร์ อายุ 18 ปี ชาว จ.ชลบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัสรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จนถึงวันนี้(31 ส.ค.)
ล่าสุด ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ อาจสูงเนิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านดู่ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานและเตรียมเรียกตัวนายแพทย์ซึ่งช่วยฝึกสอนนักศึกษาใน มฟล.ด้วย เข้ารับทราบข้อหากล่าว "ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต"
พ.ต.อ.อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผกก.สภ.บ้านดู่ กล่าวว่านายแพทย์คู่กรณีได้ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บมาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ โดยช่วยปฐมพยาบาลคนเจ็บ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมถึงดูแลค่าเคลื่อนย้ายศพ ค่าซื้อโลงศพ ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ และไปร่วมงานศพที่ จ.น่าน แล้ว 2 ครั้ง รวมทั้งไม่มีทีท่าว่าจะหลบหนีหรือไม่แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด การตรวจตั้งแต่วันแรกไม่พบแอลกอฮอล์ในร่างกาย ส่วนนักศึกษาที่บาดเจ็บทราบว่าอาการพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังอยู่ในความดูแลของทางแพทย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้านรถยนต์และจักรยานยนต์รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ที่อยู่ในรถเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บเอาไว้ ณ สถานที่เก็บของ สภ.บ้านดู่ ซึ่งสภาพความเสียหายของรถทำให้คาดว่ามีการชนอย่างรุนแรงจนกระจกหน้ารถยนต์เก๋งแตก รถมอเตอร์ไซค์ล้อหลังพังยุบจนไม่เหลือโครงเดิม
ด้านนายแพทย์ที่ขับรถยนต์เก๋ง ได้เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่าขับรถยนต์เหมือนกับที่ปรากฎในคลิปกระทั่งเกิดการชนขึ้น หลังเกิดเหตุตนได้ลงไปช่วยเหลือนักศึกษาทั้งหมดทันที ไม่มีเจตนาหลบหนี ไม่ได้พูดจาในทางไม่ดีกับใครหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุในทำนองว่าตัวเองมีอนาคตไกลไม่สามารถช่วยเหลือใครได้ ซึ่งตนคิดไม่ออกว่าไปพูดแบบนั้นตอนไหน
แต่หลังเกิดเหตุได้ช่วยเหลือคนแรกพบไม่มีชีพจรแล้ว ตนจึงประสานและช่วยเหลือครอบครัว โดยโทรศัพท์ติดต่อบิดาและมารดาของผู้เสียชีวิต เดินทางไปแสดงความเสียใจและอาลัย มอบเงินช่วยเหลือค่าจัดงานศพ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายร่างกลับ จ.น่าน จนถึงร่วมในพิธีฌาปนกิจศพ
ขณะที่คนที่ 2 ได้ช่วยเหลือและพูดคุยกับครอบครัวขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลกระทั่งทราบว่าได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนที่ 3 ที่ยังรักษาตัวอยู่ในปัจจุบันก็ติดตามอาการร่วมกับทีมแพทย์ที่รักษาอย่างต่อเนื่อง เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วยและพบกับญาติ ช่วยเหลือค่าเดินทางเบื้องต้น ในช่วงที่รอการเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ตามขั้นตอน


