จันทบุรี – ชาวบ้านและเครือข่ายภาคประชาชนเตรียมรวมตัวครั้งใหญ่หน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี วันที่ 13 ก.ย.นี้ คัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด หลัง ครม.ไฟเขียววงเงิน 7,200 ล้านบาท หวั่นโครงการกระทบผืนป่า ระบบนิเวศ และสัตว์ป่า พร้อมตั้งคำถามถึงการจัดสรรน้ำเพื่อภาคเกษตรและการรองรับ EEC
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคประชาชนในจังหวัดจันทบุรีและเครือข่ายผู้คัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด เตรียมรวมตัวบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด และเรียกร้องให้ภาครัฐทบทวนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพื้นที่ป่าและชุมชน
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 อนุมัติโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี กรอบวงเงิน 7,200 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการ 7 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2570–2576 โดยอ่างฯ มีความจุประมาณ 99.50 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีเป้าหมายสนับสนุนพื้นที่ชลประทานกว่า 87,700 ไร่ รวมถึงรองรับการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ภาคเกษตร และการพัฒนาในพื้นที่ EEC
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายคัดค้านมองว่าโครงการดังกล่าวแลกมาด้วยการสูญเสียพื้นที่ป่าจำนวนมาก โดยข้อมูลของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรระบุว่า หลังมีการปรับลดขนาดโครงการ พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบยังครอบคลุมพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นประมาณ 6,191 ไร่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่องประมาณ 5,791 ไร่ รวมเกือบ 12,000 ไร่
นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์ป่า รวมถึงคำถามว่า น้ำจากโครงการจะถูกจัดสรรเพื่อประโยชน์ของประชาชนและภาคเกษตรในจังหวัดจันทบุรีมากน้อยเพียงใด เนื่องจากโครงการมีเป้าหมายเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกและการรองรับ EEC
ขณะที่กรมชลประทานยืนยันว่า ข้อมูลโครงการที่นำมาใช้ดำเนินการเป็นข้อมูลตามรายงาน EHIA ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว พร้อมระบุว่าจะดำเนินมาตรการลดผลกระทบและดูแลระบบนิเวศควบคู่กับการพัฒนาแหล่งน้ำ
สำหรับการรวมตัววันที่ 13 กันยายนนี้ กลุ่มผู้คัดค้านระบุว่า ต้องการแสดงพลังและส่งเสียงถึงหน่วยงานภาครัฐให้รับฟังข้อกังวลของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นการสูญเสียพื้นที่ป่า ผลกระทบต่อระบบนิเวศ และทิศทางการบริหารจัดการน้ำของโครงการในระยะยาว
ทั้งนี้ การนัดหมายดังกล่าวระบุสถานที่เป็น บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป


