ศูนย์ข่าวศรีราชา – การกลับมาเยือนประเทศไทยของ USS Abraham Lincoln ครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ ลำนี้เดินทางเข้าท่าเรือแหลมฉบัง ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีก่อน USS Abraham Lincoln พร้อมกองเรือคุ้มกันรวม 4 ลำ เคยเข้าเยือนประเทศไทยและจอดเทียบท่า ณ ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง จ.ชลบุรี มาแล้ว ก่อนจะกลับมาเยือนอีกครั้งในปี 2555 และกำลังจะกลับมาอีกครั้งในเดือนกันยายน 2569
ย้อนกลับไปวันที่ 20 เมษายน 2549 กองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ นำโดย USS Abraham Lincoln (CVN-72) เดินทางเข้าเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 20–24 เมษายน 2549 พร้อมเรือร่วมกองเรืออีก 3 ลำ ได้แก่ USS Mobile Bay, USS Russell และ USS Shoup รวมทั้งหมด 4 ลำ โดยเรือได้จอดเทียบท่า ณ ท่าเรือพาณิชย์แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ในครั้งนั้น ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 9 ของสหรัฐฯ และผู้บังคับการเรือในกองเรือได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ด้านการทหารและความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลประวัติการปฏิบัติการของ USS Abraham Lincoln ยังระบุว่า การเยือนแหลมฉบังในปี 2549 เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการในแปซิฟิกตะวันตกของเรือ ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมและการฝึกทางทะเลในภูมิภาค รวมถึงการเดินทางต่อไปยังสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และฮาวาย
กลับมาอีกครั้งปี 2555
หลังจากการเยือนในปี 2549 USS Abraham Lincoln กลับมาแหลมฉบังอีกครั้งในเดือนมกราคม 2555 โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ระบุว่า USS Abraham Lincoln พร้อมเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี USS Cape St. George เดินทางถึงแหลมฉบังเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2555 เพื่อการเยือนท่าเรือ ก่อนเดินทางออกในวันที่ 10 มกราคม
การกลับมาเยือนครั้งนั้นถือเป็นอีกหลักฐานว่าท่าเรือแหลมฉบังมีประสบการณ์ในการรองรับเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ของกองทัพเรือสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นจากการเยือนในปี 2569
จากปี 2549 ถึง 2569 ท่าเรือแหลมฉบังเปลี่ยนไปอย่างไร?
ตลอดช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ท่าเรือแหลมฉบังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากท่าเรือพาณิชย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการนำเข้าและส่งออกของประเทศ สู่โครงสร้างพื้นฐานหลักของ EEC และศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค
โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งประกอบด้วยท่าเทียบเรือ F1 และ F2 ออกแบบให้มีร่องน้ำลึกประมาณ 18.5 เมตร และมีความยาวหน้าท่ารวม 2,000 เมตร พร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านถนน ระบบราง และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเรือสินค้าและการขนส่งระหว่างประเทศ
ดังนั้น หากมองย้อนจากปี 2549 มาถึงปี 2569 การกลับมาของ USS Abraham Lincoln จึงน่าสนใจในอีกมิติหนึ่ง เพราะเรือลำเดิมกำลังกลับมายังท่าเรือเดิม ขณะที่ “แหลมฉบัง” ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบทบาททางเศรษฐกิจไปไกลกว่าเดิมมาก
20 ปีแห่งความเปลี่ยนแปลง ก่อนการกลับมาอีกครั้ง
ปี 2549 USS Abraham Lincoln พร้อมกองเรือรวม 4 ลำ เข้าเทียบท่าแหลมฉบัง ขณะที่ปี 2555 เรือบรรทุกเครื่องบินลำเดียวกันก็กลับมาเยือนอีกครั้ง และในปี 2569 กำลังจะกลับมาเป็นครั้งที่ 3 ในช่วงวันที่ 2–6 กันยายน พร้อมเรือร่วมขบวนรวม 3 ลำ และกำลังพลประมาณ 5,000 นาย เพื่อพักและฟื้นฟูกำลังพล รวมถึงรับการสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุง
จาก “การมาเยือนของเรือรบสหรัฐฯ” เมื่อกว่า 20 ปีก่อน สู่การกลับมาเยือนอีกครั้งในยุคที่แหลมฉบังกำลังเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของ EEC จึงเป็นภาพสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลของไทยได้อย่างชัดเจน


