xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ชี้ทางรอด‘เซรามิกลำปาง’ถ้าหยุดแค่ ‘ชามตราไก่’จบ-สู้จีนไม่ได้!ต้องฟื้นรากเหง้า “ดินเผา 700 ปี”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลำปาง – ปราชญ์ท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตวัฒนธรรมล้านนา-เจ้าของพิพิธภัณฑ์บ้านทำทอง แหล่งรวมเรื่องราวของวิถีล้านนา หันมาฟื้นการทำ “น้ำต้นดำ” แบบโบราณ แห่งเดียวในลำปาง แนะทางรอดเซรามิก ต้องขายรากเหง้าที่มากกว่าชามตราไก่ ที่มีอายุแค่ 70 ปี



หลายปีที่ผ่านมา..โรงงานเซรามิกลำปาง ที่ต้องต่อสู้กับการทุ่มตลาดของสินค้าจีน จนล่าสุดโรงงานขนาดเล็ก-ขนาดกลาง ทยอยปิดตัวไปกว่าครึ่ง เนื่องจากทนรับสภาพขาดทุนไม่ไหว

อาจารย์ธวัชชัย ทำทอง ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรนวัตกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปราชญ์ท้องถิ่นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตวัฒนธรรมล้านนา และ เจ้าของพิพิธภัณฑ์บ้านทำทอง ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านศาลาหม้อ อ.เกาะคา แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาของลำปาง ได้ให้ข้อคิดเห็นถึงสถานการณ์ดังกล่าว ว่าหากเซรามิกลำปางจะอยู่รอดต้องค้นหารากเหง้าของตัวเองและขายความเป็นเซรามิกลำปาง ไม่ใช่แค่ “ชามตราไก่” ซึ่งมีอายุเพียง 70 ปี แต่เครื่องปั้นดินเผาลำปางมีมากว่า700ปี

พร้อมพาชมภายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสร้างด้วยเรือนเก่าทรงโบราณ เป็นแหล่งเรียนรู้และจัดแสดงของสะสม ซึ่งรวบรวมเครื่องใช้ในวิถีชีวิตชาวล้านนาโบราณ ซึ่งเปิดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและจัดกิจกรรมเวิร์กชอปภูมิปัญญาพื้นบ้าน เช่น การปั้นดินเผา (เช่น การปั้นมอม) การทำเครื่องปั้นดินเผาลำปางแบบโบราณ ซึ่งเพิ่งนำมาฟื้นทำได้ประมาณปีกว่า นั่นคือ “น้ำต้นดำ” เผาแบบโบราณ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในลำปาง


อาจารย์ธวัชชัย กล่าวถึงเรื่องเซรามิกลำปางว่า หลังทำงานวิจัยของหน่วยทุน วท.บ.ของ ม.ราชภัฎลำปาง ก็ศึกษาเรื่องเซรามิกลำปาง จนค้นพบว่า..เซรามิกลำปางไม่ได้จบที่ชามตราไก่ ซึ่งมีอายุเพียงแค่ 70 ปี แต่ความเป็นเซรามิกดั้งเดิมจริงๆของลำปาง ย้อนกลับไป 700ปี หรือมากกว่านั้น จึงได้ย้อนกลับมาดูว่าของดั้งเดิมจริงๆมีอะไรบ้าง ตนจึงเริ่มมาฟื้นฟูประกอบกับชุมชนที่อยู่ คือ “บ้านศาลาหม้อ” มีอาชีพดั้งเดิมคือผลิตเครื่องปั้นดินเผา ปั้นหม้อ ปั้นไห อิฐ หรือแม้แต่กระเบื้องดินขอ ซึ่งมีหลักฐานปรากฏอยู่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง

สำหรับ “น้ำต้นโบราณ” หรือ “น้ำต้นดำ” หายไปหมด ส่วนใหญ่ในพื้นที่จะทำเซรามิกสมัยใหม่ ที่เพิ่งเข้ามาประมาณ 40 ปีที่ผ่านมา ทำให้ตนเองต้องหันมาฟื้นทำใหม่ ซึ่งก็ต้องใช้เทคนิคสมัยใหม่ร่วมด้วยคือการทำโมขึ้นมา แต่ใช้วัตุดิบแบบดั้งเดิม และหันกลับมาแต่งมือ ขัดและกลับไปเผาด้วยเทคนิคโบราณ

หากไปดูที่พิพิธภัณฑ์ที่วัดพระธาตุลำปาง พิพิธภัณฑ์ไหล่หินหรืออีกหลายที่จะเห็นว่า น้ำต้นดำที่เป็นของโบราณ น่าจะยุค80-100ปีขึ้นไปจะมีสีดำ โดยอาศัยเทคนิคลงดำ ซึ่งตนใช้เตาเผา 2 ลักษณะ คือเผารอบแรกใช้แบบบิสกิต หรือ "การเผาดิบ" ที่โรงงานเซรามิกทั่วไปใช้ เพื่อให้เซรามิกแข็งในระดับหนึ่ง ก่อนที่จะนำไปเผาแบบวิธีโบราณ คือ เตาเผาฟืนและกลบด้วยแกลบเพื่อให้เกิดสีดำตามธรรมชาติของดิน


ซึ่งฟอร์มน้ำต้นที่ทำเป็นแบบโบราณทั้งหมด ช่างปัจจุบันอาจทำได้ในเทคนิคนี้แต่ฟอร์มจะไม่ได้ ปัจจุบันโรงงานเซรามิกทั่วไปทำน้ำต้นขายก็ทำ แต่เป็นฟอร์มร่วมสมัย ซึ่งผู้ที่ศึกษาจะสามารถแยกออกว่าอันไหนเป็นแบบโบราณ หรืออันไหนเป็นของร่วมสมัย หากเป็นโบราณขณะนี้ในลำปางมีเพียงที่นี่ที่เดียวรวมถึงเทคนิคด้วย

ส่วนผู้ที่ซื้อจะเป็นเฉพาะกลุ่ม เช่น วัด นักอนุรักษ์ นักสะสม หรือเอาไปใช้ในงานประเพณี ซึ่งจะไม่ตอบโจทย์งานเซรามิกดินขาวทั่วไป เน้นขายตามตลาดชายแดนหรือนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งบางคนก็นำไปใช้จริง เช่นใส่น้ำ ประดับตกแต่ง ทำแจกัน ซึ่งก็อยากให้อยู่ต่อไปเรื่อยๆ ตนก็ไม่ปิดกั้นพร้อมสอนและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ เพราะเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้

อาจารย์ธวัชชัย ยังได้ย้ำอีกว่าปัญหาเซรามิกในปัจจุบันหากไม่ใช่โรงงานขนาดใหญ่ที่ส่งนอกหรือมีออร์เดอร์จากต่างประเทศจริงๆ เซรามิกลำปางไปได้ยาก เพราะเรามองข้าม เราไม่เอาราก เราขุดรากย้อนกลับไปเพียง 70 ปี คือชามตราไก่ พอเราจะต่อยอดไปไกลๆจึงไปยาก


อย่างที่บอกว่าเราไม่ได้ศึกษาเซรมิกในมิติที่ย้อนกลับไปว่าแหล่งเตาในแต่ละพื้นที่ เช่นแหล่งเตา สบปราบ เสริมงาม เกาะคา ห้างฉัตร วังเหนือ มีอะไรบ้าง มีเทคนิคอะไร หากเรานำมาศึกษาและนำสิ่งเหล่านี้มาฟื้นฟู มาศึกษาจะได้รูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ เราจะได้รากทางวัฒนธรรมที่จะต่อยิ่งรากลึกเราจะต่อยอดได้ไกล เราอาจจะเอาไปประยุกต์ใช้และสามารถบอกได้เต็มปากเต็มคำว่า..เซรามิกลำปาง

“เราพยายามเป็นเมืองเซรามิก แต่ตราบใดที่ย้อนไปแค่ชามตราไก่ เราจบ..ไปต่อยาก ซึ่งหลายโรงงานพยายามฟื้นฟูแต่ยังขาดความรู้เรื่องรากของมันใครสนใจสามารถเข้ามาศึกษาและเรียนรู้ได้”


สำหรับผลิตภัณฑ์ภายในพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านทำทองแห่งนี้จะเห็นว่าส่วนใหญ่จะเป็นน้ำต้นโบราณ ที่ครอบหลังคาโบราณ อาทิ ตัวมอม นก เทวดา ดินขอโบราณ ราคาค่อนข้างสูง แต่มีกลุ่มลูกค้าเฉพาะในลำปางมีเพียงแห่งเดียว ทำให้ไม่กระทบกับการจำหน่าย แต่ละวันมีออร์เดอร์ให้ทำกันตลอด แรงงานบางส่วนคือเยาวชนในพื้นที่ที่เข้ามาทำในส่วนที่ง่ายๆ เพื่อหารายได้เสริมให้ตัวเอง ขระที่โรงงานเซรามิกดินขาวที่ทำสินค้าทั่วไปทยอยปิดไปกว่าครึ่งแล้ว