xs
xsm
sm
md
lg

ผอ.สำนักพุทธโคราช แจงปม“ประวรรณดา คอมเพล็กซ์” ถูกหมายจับ 24 ราย ย้ำที่ดินวัดซื้อขายไม่ได้ ชาวบ้านต้องออกตามคำพิพากษา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ผอ.สำนักพุทธฯโคราช แจงปม “ประวรรณดา คอมเพล็กซ์” ประชาชนผู้อยู่อาศัยถูกหมายจับ 24 ราย ติดคุก 2 ราย  ย้ำที่ดินวัดซื้อขายไม่ได้ ชาวบ้านต้องออกตามคำพิพากษาตั้งแต่ปี 2550 เผยเป็นที่ดินวัดวิหารขาว (ร้าง)กลางเมืองโคราช รวม 26 ไร่ มี 6 ไร่นำไปก่อสร้างอาคารพาณิชย์และที่พักอาศัย 4 อาคาร 600 ห้อง ปัจจุบันอาคารสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง เหตุก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบมาตรฐาน คาดต้องรื้อถอนก่อนหาแนวทางจัดประโยชน์และเปิดให้ผู้เช่าหรือผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาดำเนินการตามระเบียบเงื่อนไขทางราชการ

วันนี้ (29 ส.ค.69) ดร.พรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาชี้แจงกรณีกลุ่มชาวบ้านและผู้พักอาศัยในพื้นที่อาคาร“ประวรรณดา คอมเพล็กซ์” ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินวัดวิหารขาว (ร้าง) อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา ถูกออกหมายจับ 24 ราย และถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำเนื่องจากไม่เงินหลักทรัพย์ประกันตัว 2 ราย  จากคดีฟ้องร้องขับไล่ รวมตัวออกมาเรียกร้องและขอขยายระยะเวลาในการออกจากพื้นที่ ว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามคำพิพากษาของศาล และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโจทก์ ได้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง เพราะคดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมานาน และเมื่อปี พ.ศ. 2550 ศาลจังหวัดนครราชสีมาได้มีคำพิพากษาให้นาย ป. พร้อมบริวาร ออกจากพื้นที่พิพาท และให้ชำระค่าเสียหายแก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นโจทก์ในคดี


พื้นที่ดังกล่าว เป็นที่ดินวัดวิหารขาว (ร้าง) มีเนื้อที่รวมประมาณ 28 ไร่ อยู่ในย่านชุมชนและเศรษฐกิจ ใกล้สถานีรถไฟและหน่วยงานราชการ โดยพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ได้มีการนำไปก่อสร้างอาคารพาณิชย์และที่พักอาศัยรวม 4 อาคาร ประมาณ 600 ห้อง แต่ปัญหาสำคัญ คือ ผู้เช่าและผู้อยู่อาศัยบางส่วนเข้าใจว่า การชำระเงินให้แก่ผู้ที่นำพื้นที่ไปดำเนินการ จะทำให้มีกรรมสิทธิ์ในห้องพักหรือที่ดิน แต่ตามกฎหมาย ที่ดินของวัดไม่สามารถซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ในลักษณะดังกล่าวได้

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ไม่ได้เป็นคู่กรณีโดยตรงกับประชาชนผู้เช่าและผู้อยู่อาศัย หากได้รับความเสียหายจากการซื้อหรือชำระเงินเพื่อรับสิทธิ์ ผู้เสียหายต้องไปดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่ขายหรือโอนสิทธิ์ให้


ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้อยู่อาศัยบางรายชำระเงินเพื่อซื้อสิทธิ์เป็นเงิน ตั้งแต่ประมาณ 500,000 บาท ไปจนถึง 1 ล้านบาท แต่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ไม่ได้รับทราบหรือเป็นคู่สัญญาในการซื้อขายสิทธิ์ดังกล่าว

นอกจากนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ได้ประสานสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา เข้าตรวจสอบสภาพอาคาร ซึ่งได้รับแจ้งผลว่า อาคารมีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง เนื่องจากการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบและมาตรฐานการก่อสร้าง จึงได้มีการติดประกาศแจ้งเตือนประชาชนและผู้พักอาศัย เนื่องจากหากเกิดความเสียหายหรืออุบัติเหตุ อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ภายในพื้นที่


ทั้งนี้ ต้องขอย้ำว่า ผู้พักอาศัยและบริวารที่อยู่ในพื้นที่จะต้องออกตามคำพิพากษาของศาลและการบังคับคดี ขณะเดียวกัน สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ส่วนแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ในอนาคต หากสามารถดำเนินการรับคืนและส่งมอบพื้นที่ได้ทั้งหมด อาคารเดิมอาจต้องมีการรื้อถอน เนื่องจากมีประเด็นด้านความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง ก่อนที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะพิจารณาแนวทางจัดประโยชน์ในพื้นที่และเปิดโอกาสให้ผู้เช่าหรือผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาดำเนินการตามระเบียบและเงื่อนไขของทางราชการ

ดร.พรพนา แสนการุณ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา
พร้อมกันนี้ ขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มีความประสงค์จะเช่าพื้นที่เพื่อดำเนินกิจการค้า ที่อยู่อาศัย หรือกิจการอื่น สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา โดยการดำเนินการในอนาคตจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต่อไป