xs
xsm
sm
md
lg

ป่าไม้ซุ่มจับคาป่าน้ำปาด! ก๊วนไทยเทากับชาวจีน จ้างล้ม-ขนประดู่ยักษ์ ทั้งรถเฮี้ยบ-แทรกเตอร์พร้อมสรรพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุตรดิตถ์ – ป่าไม้สนธิกำลังซุ่มจับกลางป่าน้ำปาด..ก๊วนไทยเทาร่วมกับชาวจีน ทุ่มเงินล้มต้นประดู่ยักษ์ จ้างทั้งคนตัดทอนเป็นท่อน-แทรกเตอร์ทำทาง-รถเฮี้ยบ(รถคีบ) เตรียมขนย้ายกลางดึก แต่โชคไม่เข้าข้างรถคีบยกไม้ไม่ขึ้น เจอผอ.ส่วนป้องกันฯ สำนัก 11 นำ จนท.ลุยจับได้ผู้ต้องหา 3 ส่วนคนสั่งการคือ เจ๊-ผัวจีน กับพวกรวม 4 คนหนี ทิ้งทีมทิ้งรถเผ่นแน่บ


นายชำนาญ เนตรผสม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 พิษณุโลก กรมอุทยานฯ ได้รับแจ้งเบาะแสขบวนการลักลอบตัดโค่นต้นไม้เถื่อน บริเวณป่าห้วยไม้แดง ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ จึงสนธิกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.8 (ห้วยน้อยกา), ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้อุตรดิตถ์, ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก), สปป.3 (ภาคเหนือ), เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว, เจ้าหน้าที่กองบังคับการควบคุมกองกำลังผาเมือง (ด้าน สปป.ลาว), ตำรวจ กก.4 บก.ปทส.,ตำรวจภูธรบ้านโคก, กำนันตำบลม่วงเจ็ดต้น, ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านโคกและตชด.317

วางกำลังดักซุ่มรอจนกระทั่งเวลาประมาณตีหนึ่งเศษวันที่ 27 ส.ค. ก็พบเห็นแสงไฟรถยนต์เข้าไปยังบริเวณพื้นที่เป้าหมาย แต่พอ จนท.แสดงตัว กลุ่มบุคคลดังกล่าวก็แตกฮือวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งไล่ติดตามสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุได้ จำนวน 3 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ 1) นายศุภชัย อายุ 31 ปี ชาว ต.วังแดง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ 2) นายชัยวัฒน์ อายุ 50 ปี อยู่ ต.ศรีพนมมาศ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ และ 3) นายพนอม อายุ 56 ปี อยู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์

สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ทั้งหมดไม่รู้จักกันมาก่อน แต่แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน โดยชัยวัฒน์ เป็นผู้ครองครองรถเฮี้ยบ (รถคีบ) ยี่ห้อ ISUZU ได้รับการว่าจ้างจากเจ๊ดา หรือนางพีรญา ให้ยกไม้ ส่วนนายศุภชัย ทำหน้าที่เป็นคนมัดไม้ เรียงไม้ ส่วนนายพนม เป็นคนขับรถแทรคเตอร์ทำทางให้รถเฮี้ยบเข้าขนไม้


วันเกิดเหตุ เจ๊ดา หรือนางพีรญา(แซ่) และสามีคือ นายอาหวัง กับนายภาคิน และภรรยาฯ ได้ใช้รถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อ FORD รุ่น EVEREST สีแดงเลือดหมู ทะเบียน เชียงราย ขับออกมาเพื่อนำทาง นายศุภชัย ซึ่งขับรถเฮี้ยบติดตามไปจนถึงจุดยกไม้

โดยเจ๊ดา หรือ นางพีรญา(แซ่) ได้สั่งให้ผู้ต้องหาขับรถเฮี้ยบเข้าไปยังจุดต่อไม้ ซึ่งมีชาย 2 คน กำลังตัดทอนไม้ ซึ่งผู้ต้องหา เห็นว่าไม่สามารถยกไม้ประดู่ท่อนที่ตัดทอนได้ จึงขอยกเลิกงาน และจะขับรถกลับตามเส้นทางเดิม แต่เจ๊ดา หรือ นางพีรญา(แซ่) ได้ขับรถมาจอดขวาง ส่วนคนที่เหลือยังยืนอยู่บริเวณจุดตัดทอนไม้ กระทั่งคณะเจ้าหน้าที่แสดงตัว นายภาคิน หรือนายแม็ก จึงตะโกนให้ทุกคนวิ่งหลบหนี


นายพนอม คนขับรถแทรกเตอร์ ทำทางให้รถเฮี้ยบ ระบุว่า นายภาคิน หรือแม็ก พร้อมนางพีรญา(แซ่) หรือเจ๊ดาหรือเจ๊เชียงราย และนายอาหวัง ชาวจีน ขับรถยนต์เอนกประสงค์ ยี่ห้อ FORD รุ่น EVEREST สีแดงเลือดหมู ทะเบียน เชียงราย เข้าไปที่บ้านเนื่องจากทราบว่าตนรับจ้างขับรถแทรกเตอร์ จ้างให้ขับรถแทรกเตอร์เข้าไปปรับเส้นทาง เพื่อให้รถเฮี้ยบเข้าไปยกไม้ประดู่ บริเวณไร่หัวยไม้แดง บ้านม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก โดยนายภาคิน เป็นผู้ติดต่อว่าจะให้ค่าจ้างแก่ตนเป็นเงิน จำนวน 13,000 - 15,000 บาท

ต่อมาตามวันที่ได้นัดหมาย ตนจึงขับรถแทรกเตอร์เข้าไปปรับเส้นทาง ซึ่งได้ขับไปถึงจุดทำไม้ พบกลุ่มคนกำลังตัดไม้ จำนวน 2 คน ซึ่งตนไม่รู้จัก เพิ่งเจอครั้งแรก คาดว่าเป็นคนจากหมู่บ้านอื่น

ขณะที่กลุ่มผู้ว่าจ้าง 4 คน คือ นายภาคิน นายอาหวัง ชาวจีน นางสาววาสนา ภรรยาของนายภาคินรวมทั้งเจ๊ดา หรือนางพีรญา และพบเห็นชาย 2 คน ลงจากรถเฮี้ยบ คือนายศุภชัย และนายชัยวัฒน์


สุดท้ายเจ้าหน้าที่บุกจับ พบว่า กลุ่มผู้ว่าจ้างทั้ง 4 คือ นายภาคินหรือแม็ก ภรรยานายภาคิน นายอาหวังชายชาวจีน กับเจ๊เชียงรายหรือนางสาวพีรญา (แซ่) ก็พากันทิ้งรถยนต์ FORD รุ่นEVEREST ที่ขับมา แล้วหลบหนีไป

นายชำนาญ เนตรผสม ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก กรมอุทยานฯ กล่าวว่า เหตุเกิดป่าหัวยไม้แดง ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก ห่างจากทางหลวงแผ่นดิน 1268 บ้านม่วงเจ็ดต้น - ห้วยมุ่น ประมาณ 5,000 เมตร และห่างจากแนวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูสันเขียว ประมาณ 3,500 เมตร


ยึดไม้ประดู่ท่อน 8 ท่อน คิดเป็นค่าเสียหาย 468,650 บาท , รถยนต์เครนสีขาวฟ้า ยี่ห้อ 15UZU 1 คัน, รถยนต์ทางการเกษตร 1 คัน, FORD รุ่น EVEREST ทะเปียน ขก- เชียงราย, รถยนต์กระบะยี่ห้อ มิดซูบิชิ สีน้ำตาล 1 คัน เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 2 เครื่อง และอุปกรณ์การกระทำผิดอีกหลายรายการ

ซึ่งประดู่ยักษ์ล้มถือว่า เป็นคดีรายใหญ่ จึงต้องร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้ร่วมกระทำความผิดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และขออนุมัติพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 ฯ นำของกลางเก็บรักษาไว้ ณ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อต. 4 (ห้วยน้อยกา)