เชียงใหม่-เชียงใหม่ประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันปราบปรามยาเสพติด พบแนวโน้มสถานการณ์แรงต่อเนื่องและต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด สกัดการลักลอบนำเข้าจากแหล่งผลิตในประเทศข้างเคียงเพื่อนำมาพักและกระจายเข้าพื้นที่ชั้นใน สั่งการทุกพื้นที่สอดส่องตบตาส่งผ่านเอกชนบริการขนส่งพัสดุ พร้อมจับตายาเสพติดรูปแบบใหม่ๆ
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 27 ส.ค.69 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์และบูรณาการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้ที่ประชุมรายงานว่าสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 35 (นบ.ยส.35) รายงานสถิติการนำเข้าและจับกุมยาเสพติด ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 25 สิงหาคม 2569 พบของกลางยาบ้า 602,892,629 เม็ด ไอซ์ 4,887.8 กิโลกรัม เฮโรอีน 428.73 กิโลกรัม คีตามีน 410.92 กิโลกรัม และฝิ่นดิบ 319.2 กิโลกรัม ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่รายงานผลการจับกุมคดีร้ายแรง ห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 19 สิงหาคม 2569 จำนวน 5,675 คดี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวน 1,499 คดี
สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ พบว่าการผลิตและลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากแหล่งผลิตนอกประเทศยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขบวนการค้ายาเสพติดมีการใช้บ้านเช่าเป็นจุดพักยา ก่อนลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในและกระจายต่อไปยังภาคกลางและภาคใต้ ทั้งทางรถยนต์ รถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ รวมถึงการใช้ระบบขนส่งพัสดุเอกชน ซึ่งเป็นช่องทางที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการแพร่ระบาดของยาเสพติดหลายประเภท โดยเฉพาะไอซ์ เฮโรอีน คีตามีน วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และสารเสพติดกลุ่ม NPS รวมถึงสารเอโทมีเดต ซึ่งมีแนวโน้มพบการลักลอบผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง และอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของ “พอตซอมบี้” หรือ “พอตเค” มากขึ้น
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กำชับทุกอำเภอเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและเฝ้าระวังยาเสพติดรูปแบบใหม่ รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติดข้ามแดนและการใช้ระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์เป็นช่องทางลำเลียง พร้อมให้สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการแจ้งเบาะแสและร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันที่ประชุมได้เน้นย้ำการดำเนินงานในหลายด้าน ทั้งการป้องกันกลุ่มเสี่ยงในเด็กและเยาวชน การป้องกันในสถานประกอบการและชุมชน ตลอดจนการบำบัดรักษาและติดตามช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัด เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดครอบคลุมทั้งด้านการปราบปราม การป้องกัน และการฟื้นฟู
ด้านการป้องกันในสถานศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่เน้นย้ำการตรวจค้นและเฝ้าระวังสารเสพติด ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา ขณะที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเคร่งครัด หากพบการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้ดำเนินการตามกฎหมาย
พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังติดตามผลการประเมินสถานะหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด รอบที่ 2 ปี 2569 ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีหมู่บ้าน/ชุมชนที่ประเมินแล้ว 2,194 แห่ง โดยพบหมู่บ้าน/ชุมชนไม่มีปัญหายาเสพติด 1,967 แห่ง และมีหมู่บ้าน/ชุมชนที่มีปัญหายาเสพติด 227 แห่ง สะท้อนถึงการดำเนินงานเชิงป้องกันและการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ต้องเดินหน้าต่อเนื่อง
ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้เน้นย้ำด้วยที่จะเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วนในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยมุ่งเน้นการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่พื้นที่ชายแดน การตัดวงจรการลำเลียงและกระจายยา การเฝ้าระวังยาเสพติดรูปแบบใหม่ ตลอดจนการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน เพื่อให้ชุมชนปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน


