ศูนย์ข่าวศรีราชา - “อนุทิน” นั่ง ฮ. ตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจกลางอ่าวไทย ชมยิงปืนใหญ่เรือ–สาธิตระบบไร้คนขับ กองทัพเรือเปิดขีดความสามารถ “เรือหลวงจักรีนฤเบศร” พัฒนาสู่ UXV Carrier ฐานบัญชาการและควบคุมโดรนทางทะเล
วันนี้(27 ส.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกและความพร้อมรบของกองทัพเรือ โดยเดินทางด้วยเครื่องบินมายังกองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ สนามบินอู่ตะเภา ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปยัง เรือหลวงจักรีนฤเบศร บริเวณอ่าวไทยตอนบน เพื่อรับชมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ
โดยมี พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมนายทหารชั้นผู้ใหญ่ร่วมให้การต้อนรับ ขณะที่เรือหลวงเจ้าพระยายิงสลุตจำนวน 19 นัด เพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี
ภารกิจตรวจเยี่ยมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และแนวความคิดในการใช้กำลัง พร้อมชมการสาธิตขีดความสามารถของกองเรือ ทั้งการยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือ การใช้ยานไร้คนขับ รวมถึงการจัดแสดง UAV และ USV Static Display ซึ่งสะท้อนแนวทางการนำเทคโนโลยีไร้คนขับเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการทางทหาร
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางมายังสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 หาดยาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อเยี่ยมชมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำหรับการบรรเทาสาธารณภัยขนาดใหญ่ หรือ ICC พร้อมชมการสาธิตความพร้อมของยุทโธปกรณ์และการบูรณาการระหว่างหน่วย
การสาธิตดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของกองทัพเรือที่สามารถนำกำลังและยุทโธปกรณ์ไปใช้ได้หลากหลายภารกิจ ตั้งแต่การป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ไปจนถึงการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินขนาดใหญ่ หนึ่งในไฮไลต์ของภารกิจครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขึ้นรถครัวสนามและพลิกบทบาทเป็นพ่อครัว ลงมือปรุงอาหารเมนู ผัดกะเพราหมูสับ เลี้ยงกำลังพล พร้อมโชว์ฝีมือและการันตีความอร่อย สร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับกำลังพลที่ร่วมปฏิบัติภารกิจ
ด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า การตรวจเยี่ยมของนายกรัฐมนตรีและคณะมีขึ้นเพื่อรับทราบการเตรียมกำลังและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ซึ่งกำหนดให้ปี 2026 เป็นปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ โดยการฝึกครั้งนี้มุ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมทั้งด้าน องค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี รวมถึงการบูรณาการกำลังทางเรือ กำลังทางอากาศ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ และระบบบัญชาการควบคุม ให้สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้อย่างสอดประสานและมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน การฝึกยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแนวคิดในการใช้ เรือหลวงจักรีนฤเบศรในลักษณะ “UXV Carrier” เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานบัญชาการ ควบคุม และสนับสนุนระบบไร้คนขับในหลายมิติ ทั้งภารกิจลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ค้นหา และชี้เป้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มระยะและความต่อเนื่องในการปฏิบัติการ ลดความเสี่ยงต่อกำลังพล และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกำลังรบหลักของกองทัพเรือ
สำหรับระบบไร้คนขับบางส่วนที่นำมาใช้ในการฝึก เป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาของนักวิจัยกองทัพเรือ ซึ่งนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงมาพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการทางยุทธการ การทดลองใช้งานในสภาพการฝึกจริงจะนำไปสู่การเก็บข้อมูล ปรับปรุง และต่อยอดระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถของไทยในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์ในอนาคต


