บุรีรัมย์- ครูวัย 47 ชาวบุรีรัมย์ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คนลอยแพให้แบกหนี้แทนกว่า 16 ล้าน หลังค้ำประกันเงินกู้แต่เบี้ยวไม่จ่ายจนโดนฟ้องและยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อเลี่ยงชำระหนี้ จุดธูปวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลใจให้เพื่อนครูที่เบี้ยวหนี้กลับมารับผิดชอบ พร้อมหอบหลักฐานร้องขอความช่วยเหลืออัยการคุ้มครองสิทธิ เผยเดือดร้อนหนักล่าสุดเงินไม่พอใช้โดนตัดไฟฟ้า ไม่ได้รับเงินเดือน จ่อถูกฟ้องล้มละลายต้องออกจากราชการ
วันนี้ ( 27 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีที่ นางภิมร์ลภัส หรือครูติ๋ว อายุ 47 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คน ลอยแพให้แบกรับภาระชำระหนี้สินรวมกว่า 16 ล้านบาท หลังจากเซ็นค้ำประกันเงินกู้ทั้ง 4 คน เมื่อปี 2553 ตั้งแต่ช่วงที่เคยสอนโรงเรียนเอกชนด้วยกัน ซึ่งเป็นลักษณะเวียนกันค้ำ แต่ครูทั้ง 4 คน ได้ผิดนัดชำระหนี้ที่กู้ จนโดนธนาคารฟ้องร้องกรณีผิดชำระ และไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ แต่กลับยอมให้ตัวเองเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ทำให้ครูติ๋ว ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันและยังรับราชการอยู่เพียงคนเดียว โดนธนาคารฟ้องให้แบกรับภาระชำระหนี้แทนในฐานะผู้ค้ำเพียงคนเดียวรวมกว่า 16 ล้านบาท
จากกรณีดังกล่าวทำให้ครูติ๋ว ล้มป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบนอน รพ.กว่า 1 เดือน และยังต้องไปตรวจรักษาต่อเนื่อง และทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ที่ผ่านมาเคยยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง สพฐ. , รมว.กระทรวงศึกษาฯ (สมัยนั้น) , รวมถึงคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ให้ช่วยเหลือ แต่เรื่องเงียบไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาแต่อย่างใดนั้น
ล่าสุด นางภิมร์ลภัส หรือครูติ๋ว ได้จุดธูปไหว้ศาลตายายหน้าโรงเรียน เพื่อวิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อให้ช่วยดลบันดาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้ได้รับความเป็นธรรม พร้อมวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยดลใจให้เพื่อนครูทั้ง 4 คน ที่เบี้ยวหนี้จนถูกฟ้อง ได้มีสำนึกกลับมารับผิดชอบหนี้ของตัวเองด้วย อย่าเห็นแก่ตัวแล้วปล่อยให้คนอื่นต้องรับภาระแทน
จากนั้น นางภิมร์ลภัส หรือ ครูติ๋ว ได้นำเอกสารหลักฐาน ไปยื่นร้องขอความช่วยเหลือกับอัยการคุ้มครองสิทธิ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์
ครูติ๋ว ยังบอกอีกว่า หลังจากที่เพื่อนครูเบี้ยวหนี้ ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนหนักล่าสุดถึงกับถูกตัดไฟฟ้าที่บ้าน เพราะเงินไม่เพียงพอใช้จ่าย และล่าสุดเดือนนี้จะไม่ได้รับเงินเดือนเพราะถูกพิทักษ์ทรัพย์ไปแล้ว ซึ่งในวันที่ 9 ก.ย.69 ที่จะถึงนี้ก็ต้องเดินทางไปเจรจาประนอมหนี้ หากไม่เป็นผลก็อาจถูกฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ทำให้ต้องออกจากราชการ จะขาดรายได้ยิ่งทำให้ครอบครัวเดือดร้อนมากกว่าเดิม


