นครสวรรค์ – เจ้าของวัวชาวแม่เปิน เปิดอก..โดนเสือโคร่งบุกกัดวัวคาคอก-ลากซากวัวหนุ่มหนัก 80 กว่ากิโลฯทิ้งไร่มันฯชายป่าเชื่อม “ห้วยขาแข้ง” เผยร่วม 30 ปี ไม่เคยเจอมาก่อน ขณะที่ สบอ.12 นครสวรรค์ คาดเป็นฝีมือ 1 ใน 4 “ลูกแม่เสือผกา” ย่างเข้าวัยนักล่าเต็มตัว เริ่มแยกจากแม่สร้างเขตตัวเอง
เหตุเสือโคร่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เข้าทำร้ายวัวคาคอกของนายประเสริฐ มุกดาหาร อายุ 73 ปี ในพื้นที่หมู่ 24 ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ กลางดึกวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา จนวัวตาย 1 ตัว ก่อนลากซากหนุ่ม น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ออกไปไว้ในไร่มันสำปะหลัง ห่างจากคอกประมาณ 100 เมตร
จุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน หรือ คทช. ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ภายในคอกพบรอยเท้าสัตว์ป่าหลายจุด มีลักษณะคล้ายรอยตีนเสือ นอกจากนี้ตามแนวรั้วไม้ยังพบร่องรอยคล้ายรอยเล็บข่วน ขณะที่ในไร่มันสำปะหลังยังพบรอยเท้าของเสือกระจายอยู่หลายจุด
นายประเสริฐ เปิดเผยว่า แปลกใจมากที่เป็นเสือโคร่งจริงๆ ที่มากัดกินวัว เพราะตลอด 30 ปีที่เลี้ยงวัวในพื้นที่ ไม่เคยเกิดเหตุเสือเข้ามาทำร้ายสัตว์เลี้ยงถึงในคอกมาก่อน หลังจากนี้คงต้องปรับปรุงคอกให้มีความแข็งแรงมิดชิดมากขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งวว่า พื้นที่โดยรอบในอดีตเคยเป็นผืนป่าและเป็นเส้นทางที่สัตว์ป่าใช้เดินเชื่อมต่อไปยังผืนป่าห้วยขาแข้งและพื้นที่ป่าใกล้เคียง จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและปรับตัวให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติให้ได้ แม้จะรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง โดยเตรียมนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งบริเวณคอก เพื่อช่วยเฝ้าระวังวัวที่ยังเหลืออยู่อีก 24 ตัว
ด้านนางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบและติดตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่ พิสูจน์ได้ว่าเสือโคร่งที่เข้ามาทำร้ายวัวเป็นเสือหนุ่มอายุประมาณ 2 ปี ซึ่งเป็นลูกเสือ 1 ใน 4 ของ “แม่เสือผกา” ซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่เริ่มแยกออกจากแม่และเข้าสู่พฤติกรรมการล่าอย่างเต็มตัว รวมถึงมีแนวโน้มที่จะออกค้นหาและสร้างอาณาเขตของตัวเองตามธรรมชาติ
ภายหลังเกิดเหตุ สบอ.12 ได้จัดกำลังออกลาดตระเวนและเฝ้าระวังพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงค่ำและกลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่เสือโคร่งอาจออกหากิน เพื่อป้องกันไม่ให้เสือเข้ามาใกล้พื้นที่ชุมชนและลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำ
ขณะเดียวกัน ได้ประสานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งและสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ หรือ Camera Trap ในพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลการปรากฏตัวของเสือ ตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนที่ และติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ก่อนนำข้อมูลมาวางแผนผลักดันเสือกลับเข้าสู่พื้นที่ป่าที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งชาวบ้านและสัตว์ป่า
เจ้าหน้าที่ยังขอความร่วมมือประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวัง โดยนำสัตว์เลี้ยงเข้าคอกที่แข็งแรงและมิดชิด หลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์ออกหากินบริเวณแนวชายป่า รวมถึงหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงในช่วงเวลากลางคืน หากพบร่องรอยหรือพบเห็นเสือโคร่ง ไม่ควรเข้าใกล้หรือพยายามไล่ต้อนด้วยตัวเอง แต่ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบและดำเนินการอย่างเหมาะสม
ส่วนการป้องกันคอกสัตว์ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้นายประเสริฐติดตั้งไฟส่องสว่างภายในและโดยรอบคอกหลายจุด เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในช่วงกลางคืน พร้อมปรับปรุงโครงสร้างคอกให้แข็งแรงและปิดกั้นช่องทางที่สัตว์ป่าอาจเข้าถึงได้ รวมถึงเพิ่มมาตรการป้องกันบริเวณที่พักอาศัย เพื่อให้ชาวบ้านสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง.


