สกลนคร-สำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) ผนึกกำลังจังหวัดสกลนคร จัดโครงการสร้างความตระหนักรู้ด้านการประกันภัย บริหารความเสี่ยง และการเงิน ดึงผู้ประกอบการผ้าครามธรรมชาติติวเข้ม เสริมเกราะป้องกันความเสี่ยง ทั้งภัยธรรมชาติ อัคคีภัย ขนส่ง ยันความเสี่ยงบนโลกไซเบอร์ หวังยกระดับ “นครหัตถศิลป์โลก” เติบโตมั่นคงและยั่งยืน
วันนี้ (26 ส.ค.) ที่ลานโปรโมชัน ชั้น 2 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สกลนคร นายวีรรัตน์ ธีรมิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยนางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค และนางสาวปรียดา พ่อค้าช้าง ผู้อำนวยการภาคอาวุโส สำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) ร่วมเปิดโครงการสร้างความตระหนักรู้ด้านการประกันภัย การบริหารความเสี่ยง และการเงิน สำหรับผู้ประกอบการผ้าคราม เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่ชุมชน
นายวีรรัตน์ ธีรมิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่าจังหวัดสกลนครถือเป็นแหล่งผลิตผ้าครามธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับสากล จนได้รับการยกย่องเป็น “นครหัตถศิลป์โลกแห่งครามธรรมชาติ” ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ผ้าครามได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเข้มแข็ง
ทว่าในกระบวนการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยความเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ อัคคีภัย อุบัติเหตุจากการขนส่ง ตลอดจนความเสี่ยงจากการค้าขายผ่านช่องทางดิจิทัลในยุคปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. ภาค 3 (ขอนแก่น) จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อเติมเต็มองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการผ้าครามจำนวน 50 ราย ให้สามารถประเมินความเสี่ยงและเลือกใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือคุ้มครองธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
สำหรับบรรยากาศภายในงาน มีการจัดกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ทั้งการเสวนาในหัวข้อ “ถักทอด้วยภูมิปัญญา ปกป้องมูลค่าด้วยการประกันภัย” และการบรรยายพิเศษ “คราฟท์ไทยร่วมสมัย ดีไซน์มาตรฐานสากล” โดยแบรนด์ “แม่ฑีตา” แบรนด์ผ้าครามชั้นนำของไทย รวมถึงกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การออกบูธให้ความรู้ด้านการประกันภัย 10 บูธ และบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าครามคุณภาพรวม 12 บูธ
โครงการดังกล่าวมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการผ้าครามสามารถนำความรู้ด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัยไปปรับใช้ในการปกป้องมูลค่าสินค้าและโครงสร้างธุรกิจ เสริมสร้างความเข้มแข็ง และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ้าครามสกลนครให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในตลาดโลกต่อไป


