xs
xsm
sm
md
lg

ศุลกากรแหลมฉบังผนึก 3 หน่วยงาน เปิดตรวจ 10 ตู้ต้องสงสัย สกัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ ยึดแล้ว 255 ตู้ในรอบ 2 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศุนย์ข่าวศรีราชา - ศุลกากรแหลมฉบังผนึกกำลัง 3 หน่วยงาน เปิดตรวจ 10 ตู้สินค้าต้องสงสัย นำเข้าจากสหรัฐฯ สำแดงเป็นเศษเหล็ก-เศษอะลูมิเนียม น้ำหนักรวมกว่า 202 ตัน มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท หวั่นปะปนขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล เร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมส่งกลับประเทศต้นทาง
เผยผลงานปี 2568-2569 สกัดกั้นตู้สินค้าต้องสงสัยแล้ว 255 ตู้ เดินหน้าคุมเข้มป้องกันไทยเป็นทางผ่านขยะอันตรายจากต่างประเทศ

วันนี้ ( 26 ส.ค.) นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมเจ้าหน้าที่กองสืบสวนและปราบปราม ร่วมกับผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยจำนวน 10 ตู้ ตามข้อมูลการข่าวและการวิเคราะห์จากระบบบริหารความเสี่ยงของกรมศุลกากร เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามอนุสัญญาบาเซล (Basel Convention)

ผลการตรวจสอบพบว่า ตู้สินค้าจำนวน 4 ตู้ ที่ท่าเรือบริษัท เคแอลเอ็น ซีพอร์ต จำกัด ไม่พบการกระทำความผิด จึงดำเนินการปล่อยสินค้าตามพิธีการศุลกากร ขณะที่อีก 6 ตู้ ซึ่งอยู่บริเวณท่าเรือ DID2D3 ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นสินค้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกา สำแดงชนิดสินค้าเป็น “เศษเหล็ก (Metal Scrap)” และเศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นอะลูมิเนียม มีน้ำหนักสุทธิรวมประมาณ 202.89 ตัน มูลค่าตามสำแดงประมาณ 12.39 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่ามีลักษณะเข้าข่ายเป็นเศษโลหะที่ปะปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือวัตถุที่อาจเข้าข่ายของเสียอันตราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีโทษปรับร้อยละ 20 ของราคาสินค้า หรือไม่เกิน 500,000 บาท และดำเนินการส่งกลับไปยังประเทศต้นทางตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายภาณุ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนถึงลการทำงานเชิงรุกของกรมศุลกากร ที่นำข้อมูลการข่าวและระบบบริหารความเสี่ยงมาใช้ในการคัดกรองและกำหนดเป้าหมายการตรวจสอบ เมื่อพบข้อมูลที่มีเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อให้การควบคุมสินค้านำเข้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

“การตรวจสอบสินค้ากลุ่มเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันและปราบปรามของกรมศุลกากร แม้บางกรณีอาจไม่พบการกระทำผิด แต่แสดงให้เห็นว่าระบบเฝ้าระวังและการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน สามารถนำมาใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างรวดเร็วและรอบคอบ” นายภาณุ กล่าว

ทั้งนี้ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังได้เฝ้าระวังและสกัดกั้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับขยะอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2568-2569 จากการประสานข้อมูลกับเครือข่ายปฏิบัติการบาเซล (Basel Action Network : BAN) มีการแจ้งเฝ้าระวังตู้สินค้าต้องสงสัยจำนวน 717 ตู้ และสามารถตรวจยึดได้ 81 ตู้

ขณะที่การเฝ้าระวังจากข้อมูลการข่าวและระบบบริหารความเสี่ยงของกรมศุลกากร สามารถตรวจยึดได้อีก 174 ตู้ ส่งผลให้มีการตรวจยึดตู้สินค้าต้องสงสัยรวมทั้งสิ้น 255 ตู้คอนเทนเนอร์

โดยยืนยันว่าดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อผู้ลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือของเสียอันตราย พร้อมประสานกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อดำเนินการส่งกลับสินค้าไปยังประเทศต้นทาง และเดินหน้ายกระดับการใช้ข้อมูลการข่าว ระบบบริหารความเสี่ยง และการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและของเสียจากต่างประเทศ ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกทางการค้าแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย