xs
xsm
sm
md
lg

เสือโคร่งห้วยขาแข้ง โผล่อีก!ลากวัวชาวแม่เปิน นครสวรรค์ ขย้ำกลางไร่มันฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นครสวรรค์ – สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) สนธิกำลังร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า-สถานีวิจัยฯ พร้อมหน่วยงานในพื้นที่ จัดกำลังลาดตระเวน-ติดกล้องดักถ่าย เฝ้าระวังเข้ม 24 ชั่วโมง..หลังเสือโคร่งห้วยขาแข้ง โผล่อีก คราวนี้ลากวัวชาวแม่เปิน ขย้ำกินกลางไร่มันฯ


เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รับการประสานจากหน่วยป้องกันรักษาป่า นว.1 กรมป่าไม้ และกำนันตำบลแม่เปิน อ.แม่เปิน นครสวรรค์ เมื่อ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้รับแจ้งเหตุวัวของนายประเสริฐ มุกดาหาร ชาวบ้านในพื้น ถูกสัตว์ป่าทำร้ายและลากหายไปจากบริเวณคอกเลี้ยงสัตว์ หมู่ที่ 24 ตำบลแม่เปิน ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ต่อมา นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 พร้อมด้วยผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร นายอำเภอแม่เปิน เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและพิสูจน์ร่องรอยบริเวณจุดเกิดเหตุทันที

ซึ่งพบรอยเท้าสัตว์ป่าที่มีลักษณะชัดเจนว่าเป็น “เสือโคร่ง” ขนาดอุ้งเท้ามีความกว้างประมาณ 9 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังพบรอยลากเหยื่อเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร ก่อนพบซากวัวอยู่ภายในไร่มันสำปะหลัง มีร่องรอยถูกกัดและแทะบริเวณก้นกับสะโพก

นางชยาภรเปิดเผยว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 จึงสั่งการให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เคลื่อนย้ายซากวัวไปไว้บริเวณชายป่าใกล้เคียง พร้อมติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ หรือ Camera Trap เพื่อยืนยันพฤติกรรมและระบุตัวตนของเสือโคร่งตัวดังกล่าว ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงค่ำเป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ได้จัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เสือโคร่งเข้าใกล้เขตชุมชน และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและสัตว์เลี้ยง

ทั้งนี้ พื้นที่ป่าห้วยขาแข้งและผืนป่าตะวันตกถือเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของเสือโคร่ง และมีความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศสูง อย่างไรก็ตาม สัตว์ป่าอาจออกมานอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้จากหลายปัจจัย เจ้าหน้าที่จึงประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าคอกที่แข็งแรงและมิดชิด หลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์เลี้ยงออกหากินใกล้แนวชายป่า รวมถึงงดเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงในช่วงเวลากลางคืน

สำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไป เจ้าหน้าที่จะรวบรวมข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพมาวิเคราะห์พฤติกรรมและประเมินทิศทางการเคลื่อนที่ของเสือโคร่ง เพื่อวางแผนผลักดันให้กลับเข้าสู่ป่าลึก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและสัตว์ป่าเป็นสำคัญ