เชียงใหม่- รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงผลปฏิบัติการ "สยบภัยไชยปราการ" ปราบขบวนการทุจริตจัดทำทะเบียนประวัติบุคคล สวมบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้คนต่างด้าวโดยมิชอบ 5,044 ราย รวมทั้งมีการทำให้คนจีนด้วย โดยจ่ายค่าตอบแทน100,000 บาท นำหมายจับตามรวบผู้กระทำผิด ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ,พยานรับรองและบุคคลต่างด้าว
วันนี้(26ส.ค.69) ที่ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ และพลตำรวจโทกฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติการ " สยบภัยไชยปราการ" ปราบปรามขบวนการทุจริตการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข 1)ให้แก่บุคคลต่างด้าวโดยมิชอบในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่
ทั้งนี้สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้รับข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตรวจสอบกรณีการทุจริตการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและจัดทำบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรเลข o) ให้แก่บุคคลต่างด้าวโดยมิชอบในพื้นที่ อ.ไชยปราการ ช่วงปี2561-2565 จำนวน 5,044 ราย ซึ่งได้มีการดำเนินการไปแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ประกอบกับศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E. - Center) ได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีบุคคลสัญชาติจีน มาดำเนินการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนในพื้นที่เดียวกัน โดยเสียค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งหากไม่เร่งรัดดำเนินการจะเกิดความเสียหายต่อทางราชการ ทั้งในการดำเนินคดีอาญาอาจขาดอายุความ ไม่สามารถเอาผิดต่อผู้กระทำความผิดได้อย่างเด็ดขาด เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง และนำเอกสารทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบนั้น นำไปใช้ให้เกิดความเสียหายต่อพี่ประชาชนคนไทยได้
จากการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยชุดปฏิบัติการสืบสวน DOPA N.I.C.E. ปค.และ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และตรวจสอบเอกสารหลักฐานการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนจากระบบทะเบียนราษฎร และประสานข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ช. ผลการตรวจสอบพบพฤติการณ์น่าเชื่อได้ว่าเข้าข่ายกระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบโดยเจตนาจัดเก็บลายนิ้วมือไม่สมบูรณ์(ไม่เต็มลายนิ้วมือ) เพื่อหลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบพบความซ้ำซ้อนกับบุคคลต่างด้าวในฐานข้อมูลทะเบียน โดยสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ
กล่าวคือ มีการรับรองให้เพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้าน ตั้งชื่อตัวให้ต่างกันระหว่างชื่อตามหนังสือเดินทางและชื่อตามบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตร 0) โดยบุคคลนั้นไม่ไม่ได้มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่และไม่มีบ้านอันจะอาศัยอยู่ให้จริง ไม่มีสถานที่ตั้งของบ้าน มีแต่เพียงเล่มทะเบียนบ้าน ประกอบกับมีรายการบุคคลต่างด้าวถูกเพิ่มชื่อเข้าบ้านในลักษณะดังกล่าวเป็นจำนวนมากผิดปกติ อีกทั้งเอกสารหลักฐานทางทะเบียนสูญหายเกือบทั้งหมด จึงเชื่อได้ว่ากระทำการเพื่อให้บุคคลต่างด้าวได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถถานะทางทะเบียน (บัตร 0) ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงโดยมีเอกสารยืนยันว่าเป็นผู้มีสัญชาติอื่น เช่น หนังสือสำคัญประจำตัว หนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว เป็นต้น
เมื่อวันที่ 23 ส.ค.69กรมการปกครองได้ร่วมกับ อ.ไชยปราการ ดำเนินการร้องกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าบ้านผู้รับรองการเพิ่มชื่อเข้าบุคคลต่างด้าวและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในความผิดฐานร่วมกันทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการอันตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย มาตรา 137 มาตรา 267 และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157 และความผิดฐานเจ้าพนักงานรับรองเอกสารอันเป็นเป็นเท็จ มาตรา 162 ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งนำมาสู่การออกหมายจับ จำนวน 36 หมาย หมายค้น จำนวน 12 หมาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 1 คน (2 หมายจับ), พยานรับรองจำนวน 11 คน (11 หมายจับ)และบุคคลต่างด้าว จำนวน 23 คน (23 หมายจับ)
ขณะที่วันนี้ นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมการปกครอง ,สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ช.,ป.ป.ท.,กรมสอบสวนคดีพิเศษ และจังหวัดเชียงใหม่เปิดปฏิบัติการ " สยบภัยไชยปราการ"เพื่อจับกุมเครือข่ายการทุจริต การจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 20 คน สำหรับรายการที่ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการกระทำผิดจริงจำนวน75รายการ ได้ดำเนินการจำหน่าย ยกเลิก เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบด้วย อีก 23 รายที่ดำเนินการจับกุมในวันนี้ อ.ไชยปราการ จะเร่งดำเนินการจำหน่าย ยกเลิกเลิก เพิกถอนรายการทางทะเบียนโดยเร็ว
ในส่วน 4,947รายการที่ต้องสงสัยเข้าข่ายเป็นการได้รายการทางทะเบียนมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรมการปกครองจะร่วมกับ อ.ไชยปราการ และจ.เชียงใหม่ ดำเนินการกำหนดให้เป็นบุคคลเฝ้าระวัง (Caution Sign) ในระหว่างกระบวนการขยายผลการตรวจสอบ โดยให้ จ.เชียงใหม่ แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่าเป็นการได้รายการทางทะเบียนมาโดยมิชอบจะดำเนินยกเลิก เพิกถอนรายการที่ทุจริตต่อไป และในส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมจะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น
ทั้งนี้อธิบดีกรมการปกครอง ย้ำว่า การต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนนี้ จะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องด้วยความละเอียดรอบคอบและตรงไปตรงมา ทั้งการกำหนดมาตรการในการป้องกันการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน เพื่ออุดช่องว่างการทุจริต โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจจับความผิดปกติในการดำเนินการทางทะเบียน การแก้ไขระเบียบกฎหมายให้เท่าทันต่อวิธีการทุจริตทางทะเบียนในปัจจุบัน การพัฒนาและเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่นายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นที่ปฏิบัฏิบัติงานด้านการทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน รวมถึงการปรามปรามการทุจริตอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดจนกว่าปัญหานี้จะหมดไปจากผืนแผ่นดินไทย
รัฐบาลได้เน้นย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่ทุกส่วนงานราชการที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง
จะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง "ยึดหลักการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา อะไรผิดก็คือผิด ไม่เลือกปฏิบัติ" พร้อมทั้งทำการสืบสวนสอบสวนและขยายผลค้นหาเครือข่ายทั้งหมด ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้แนวทางในการทำงาน โดยยึดหลักการ "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" หากพบว่า ผู้ใดมีส่วนเกี่ยวช้องกับการกระทำความผิด
รวมตลอดทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือองค์กรภาคเอกชนใดที่เข้าไปมีส่วนช่วยเหลือหรือสนับสนุนการกระทำผิดจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยจะยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
โดยในขณะนี้ กรมการปกครองได้ดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน
กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E- Center) โดยเปิดรับแจ้งเบาะแส เรื่องราวร้องเรียน การพบเห็นพฤติการณ์การกระทำความผิดและการได้มาซึ่งรายการทารทะเบียนโดยมิชอบ ซึ่งสามารถแจ้งรายละเลียดผ่านทางเบอร์โทรศัพท์หมายเลข02-791-7935 และ เพจ Facebook : DOPA N.I.C.E. ศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน ซึ่งขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันแจ้งเบาะแส การพบเห็นพฤติการณ์การกระทำความผิดและการได้มาซึ่งรายการทางทะเบียนโดยมิชอบ เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนคนไทย ไม่ให้เกิดการอกฉวยและแทรกแซงสิทธิซึ่งควรเป็นของประชาชนคนไทยเท่านั้น


