นครปฐม - เจ้าของแบรนด์ซอสปรุงรสชื่อดัง ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความที่ สภ.กำแพงแสน หลังพบสินค้าของบริษัท ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หมดอายุ และชำรุด และถูกว่าจ้างให้นำไปทำลายตามกระบวนการ กลับถูกนำออกไปไลฟ์ขายขวดละ 5-10 บาท จนเกิดกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ ยืนยันบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมเร่งตรวจสอบหาผู้กระทำผิดและดำเนินคดีตามกฎหมาย
วันนี้ (25 ส.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโลกออนไลน์เผยแพร่คลิปภาพการขนย้ายผลิตภัณฑ์ประเภทซอสและเครื่องปรุงอาหาร โดยพบคนงานสวมชุด PPE กำลังขนสินค้าลงจากรถบรรทุก ก่อนมีการไลฟ์สดเสนอขายในราคาขวดละประมาณ 5-10 บาท สร้างความสงสัยและความกังวลให้กับผู้บริโภค เนื่องจากสินค้าบางส่วนปรากฏชื่อแบรนด์ซอสและเครื่องปรุงอาหารที่เป็นที่รู้จัก
ต่อมาร้านค้าที่มีการไลฟ์สด ซึ่งเป็นต้นทางของคลิป ได้ลบโพสต์ดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่าไม่ได้มีการจำหน่ายสินค้าแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และเผยแพร่ต่อในวงกว้าง
ล่าสุด โรงงานผู้ผลิตสินค้าได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า บริษัทรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาพลักษณ์ของบริษัท
บริษัทระบุว่า สินค้าที่ปรากฏในเหตุการณ์เป็นสินค้าที่ถูกคัดออกจากกระบวนการจำหน่าย เนื่องจากไม่ได้มาตรฐาน ไม่เหมาะสมสำหรับการจำหน่าย หรือหมดอายุ โดยบริษัทได้ว่าจ้างบุคคลภายนอกให้ดำเนินการขนย้ายและทำลายสินค้าตามขั้นตอนที่กำหนด พร้อมมีเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับกระบวนการจัดการสินค้าอย่างเป็นระบบ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น บริษัทพบข้อมูลและพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่า สินค้าดังกล่าวถูกนำออกจากกระบวนการจัดการของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต และถูกนำไปจำหน่ายต่อ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามนโยบายและขั้นตอนของบริษัท และบริษัทไม่สามารถยอมรับได้
ภายหลังเกิดเหตุ บริษัทจึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และตรวจสอบกระบวนการที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยกระดับมาตรการควบคุมการขนย้ายและทำลายสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่เหมาะสมถูกนำกลับเข้าสู่ตลาดหรือถึงมือผู้บริโภคอีก
ทั้งนี้ บริษัทขอยืนยันว่าให้ความสำคัญสูงสุดต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคและคู่ค้า พร้อมขออภัยต่อผู้บริโภคและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเต็มที่และโปร่งใส
ต่อมาในวันนี้ บริษัทได้มอบอำนาจให้ตัวแทนเข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากเอกสารหลักฐานที่บริษัทนำมาแสดง พบว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 บริษัทได้ว่าจ้างผู้รับเหมารายหนึ่ง ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในแขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการขนย้ายผลิตภัณฑ์ของบริษัท เช่น ซอสปรุงรส น้ำจิ้มไก่ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ได้มาตรฐาน หมดอายุ หรือชำรุด เพื่อนำไปกำจัดและทำลายตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา กลับปรากฏภาพสินค้าดังกล่าวถูกนำออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และมีการกล่าวอ้างว่าสินค้าถูกนำไปจำหน่ายต่อให้ประชาชน ส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหายทั้งด้านภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ตัวแทนบริษัทจึงเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบว่า บุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำสินค้าออกจากกระบวนการทำลายและนำไปจำหน่าย พร้อมยืนยันว่าบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำสินค้าดังกล่าวออกจำหน่ายแต่อย่างใด
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.กำแพงแสน ได้ดำเนินการออกหมายเรียกผู้ประกอบการรายหนึ่งเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง และอยู่ระหว่างติดตามบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว
ส่วนร้านค้าที่มีการไลฟ์สดขายสินค้านั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำสินค้าออกจำหน่ายหรือไม่ หากพบพยานหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมทบทวนและเพิ่มความเข้มงวดในการคัดเลือก ติดตาม และกำกับดูแลผู้ให้บริการภายนอกที่รับผิดชอบการขนย้ายและทำลายสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก


