กาญจนบุรี - ฝนตกหนักต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้มวลน้ำป่าจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ไหลลงตามลำห้วยโรคี่ ก่อนสมทบลำน้ำซองกาเลีย อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น กระแสน้ำไหลแรงและมีสีขุ่นแดง แม้ยังไม่ล้นตลิ่ง แต่ฝ่ายปกครองจัดกำลังเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หวั่นเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม
สถานการณ์ล่าสุด มวลน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำบริเวณลำห้วยโรคี่ ซึ่งรับน้ำจากพื้นที่ภูเขาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้ไหลลงสู่ลำน้ำซองกาเลีย ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ อ.สังขละบุรี เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกระแสน้ำมีความแรงและมีสีขุ่นแดงจากตะกอนดิน
ขณะนี้ระดับน้ำยังอยู่ในระดับที่ไม่ล้นตลิ่ง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำใน ต.ไล่โว่ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากภูเขา ทั้งบ้านเกาะสะเดิ่งและบ้านสะเนพ่อง ก่อนมวลน้ำจะไหลลงสู่ลำน้ำซองกาเลีย
ฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรีได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที หากเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก หรือดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยง
ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าพื้นที่ภาคกลางยังมีโอกาสเกิดฝนตกประมาณร้อยละ 60 ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำในลำน้ำสายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหากมีฝนตกหนักเพิ่มเติมในพื้นที่ต้นน้ำ อาจทำให้มวลน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ส่วนที่บริเวณ สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ อ.สังขละบุรี เจ้าหน้าที่พบจุดชำรุดจำนวน 5 จุด จึงนำสแลนและกรวยมาติดตั้งกั้นพื้นที่ เพื่อป้องกันประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าใกล้จุดเสี่ยง ท่ามกลางสถานการณ์ฝนตกและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
เจ้าหน้าที่ฝากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังพื้นที่ให้ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณลำน้ำ จุดเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก และพื้นที่ลาดเชิงเขา หากพบความผิดปกติของระดับน้ำหรือกระแสน้ำเพิ่มความรุนแรง ควรรีบออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที


