เชียงราย – ภาคธุรกิจท่องเที่ยวระดมเครือข่ายทั้งใน-ต่างประเทศ ฟื้นปางช้างกะเหรี่ยงรวมมิตรเชียงราย..หลังทรุดหนักจากโควิด-19 ต่อด้วยน้ำท่วม-วิกฤตน้ำกกปนเปื้อนสารโลหะหนัก มุ่งทำรูททัวร์ใหม่เลี่ยงลงแม่น้ำ หันใช้ลำห้วยสปาช้าง พานั่งทัวร์ป่า-หมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์แทน
ปางช้างบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ริมฝั่งแม่น้ำกก หมู่ 2 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ประสบปัญหานักท่องเที่ยวลดลงอย่างหนักและต้องดูแลช้างไม่ให้ดื่มน้ำในแม่น้ำปนเปื้อโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูและอื่นๆ ในแม่น้ำกกที่ไหลจากเมียนมาผ่าน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ก่อนเข้าสู่ อ.เมืองเชียงราย อย่างต่อเนื่อง
ชาวบ้านและควาญช้าง ต้องย้ายช้างออกห่างไกลจากแม่น้ำ และหันไปหาน้ำประปาภูเขาหรือลำห้วยต่างๆ ให้ช้างได้ดื่มกินแทน บริเวณปางช้างซึ่งเคยมีนักท่องเที่ยวคึกคักและใช้บริการนั่งลุยแม่น้ำกก ก่อนชมหมู่บ้านหรือลุยป่าก็หดหายไป
ล่าสุด นางนงเยาว์ เนตรประสิทธิ์ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือเชียงราย นายวิโรจน์ ชายา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงราย นายนรินทร์โชติ เมืองใจหล้า นายกสมาคมเครือข่ายท่องเที่ยว นายไกรสร กลับทวี ที่ปรึกษาสมาคม อาจารย์จุมพล กิติสาร ประธานสมาพันธ์ชาติพันธุ์เชียงราย นำคณะผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจากทั่วประเทศไทย เดินทางลงพื้นที่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ประกอบด้วย นายสัญญาพุฒิ เกิดบัณฑิต นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจภายในประเทศ (สทน) นายกิติพงษ์ วิรุฬห์ศรี นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ นายวรวุฒิ วรแสง กรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายณธัชพงศ์ อิสี ประธานชมรม Agents Club สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว TTAA คณะท่องเที่ยวจาก จ.ตรัง จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช และบริษัททัวร์จำนวน 30 คน
พร้อมร่วมหาแนวทางในการส่งเสริมให้ปางช้างกะเหรี่ยงรวมมิตร ให้กลับมาบริการนักท่องเที่ยวได้อย่างคึกคักอีกครั้ง โดยมีนายโอฬาร ปัญโญภาส รองนายกเทศบาลตำบลแม่ยาว ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มแม่บ้านทอผ้า สมาชิกปางช้างบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร กลุ่มรถ ATV และกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในหมู่บ้านซึ่งมีทั้งชาวกะเหรี่ยง อาข่า ม้ง ฯลฯ ให้การต้อนรับและหารือ
นางนงเยาว์ กล่าวว่าคณะมีความตั้งใจที่จะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรที่คึกคักอีกครั้ง เพราะเดิมก็ถือเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในด้านวิถีชีวิรของกลุ่มชาติพันธุ์ เส้นทางทัวร์ช้าง การทอผ้า กิจกรรมเดินป่า ATV ฯลฯ อยู่แล้ว ซึ่งถือได้ว่าเคยได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างล้นหลาม
แต่จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อหลายปีก่อน และในปี 2567 ก็ประสบกับน้ำท่วมใหญ่จนบ้านเรือนในหมู่บ้านพังเสียหายไปหลายหลัง ปัจจุบันยังเผชิญกับปัญหาสารโลหะหนักในแม่น้ำกก จึงยิ่งทำให้หมู่บ้านได้รับผลกระทบและเสียหายอย่างหนักติดต่อกันมาหลายปี นักท่องเที่ยวหายไปกว่า 70% ปางช้างที่เคยมีช้างให้บริการนักท่องเที่ยวกว่า 70 เชือกก็ลดเหลือเพียงจำนวน 9 เชือก
จากการปรึกษาหารือกันทางผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันผลักดันให้บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรและบ้านยางคำนุ ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำกก รวมทั้งถือเป็น 2 ใน 20 ชุมชนหมู่บ้านแห่งการเรียนรู้และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวด้านวิถีชีวิต ชาติพันธุ์ล้านนา การค้า และการทำผ้าชนเผ่ากะเหรี่ยง ในโครงการ learning Cities Knowledge Link Tourism ของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.เชียงราย ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
จัดทำและประชาสัมพันธ์เส้นทางการท่องเที่ยวหรือรูททัวร์ใหม่ เพิ่มกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับช้างโดยไม่ต้องลงไปในแม่น้ำกก เน้นการนั่งช้างพานักท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ในหมู่บ้าน มีสปาช้างตามแหล่งน้ำลำห้วยที่ไม่ใช่แม่น้ำ ทุบเครือสะบ้าหรือสบู่ช้างเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ช่วยกันขัดถูตัวช้าง เป็นต้น
"ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ทางชาวชุมชนทุกคนดีใจและพร้อมที่จะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกครั้ง และยังได้รับการตอบรับจากบริษัททัวร์ทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฯลฯ ยินดีที่จะนำนักท่องเที่ยวไปเยือนหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตรในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ต้องขอบคุณบริษัททัวร์ที่ให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ผ้าทอกะเหรี่ยงที่ได้มีออเดอร์ไปทำกระเป๋าผ้าทอสำหรับเป็นของขวัญและของที่ระลึกด้วย "
นางนงเยาว์ กล่าวอีกว่าทางภาคเอกชนมั่นใจว่าหมู่บ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร มีความพร้อมที่จะกลับมาต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติและพร้อมที่จะพัฒนา ให้กลับมาเป็นหนึ่งในเป้าหมาย (Destination) ด้านการท่องเที่ยวของ จ.เชียงราย อีกครั้ง


