นครปฐม - “ส.ส.ฟิล์ม” ประธาน กมธ.อุตสาหกรรม เชิญ “วราวุธ” นำทีมกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่นครปฐม รับฟังปัญหาภาคเอกชนและชุมชน หารือแนวทางพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการเกษตร ชี้นครปฐมศักยภาพสูง มี M81 และแผน M8 เชื่อมโยงภาคกลาง-ภาคใต้ พร้อมกำชับพัฒนาเศรษฐกิจต้องเดินคู่สิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน
วันนี้( 23 ส.ค.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ บริษัท โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำกัด ต.ยายชา อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อติดตามการดำเนินงานภาคอุตสาหกรรม พร้อมประชุมรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากภาคเอกชนในพื้นที่ภาคกลางปริมณฑล โดยมีนายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายศุภโชค ศรีสุขจร ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว นายอนุชา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ พ.อ.สุขชาติ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูล
นายไกรสินธุ์ วงศ์สุรไกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงเส้นหมี่ชอเฮง จำกัด นำเสนอภาพรวมการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกแป้งข้าวแปรรูปและเส้นก๋วยเตี๋ยวรายใหญ่ของไทย โดยกิจการเริ่มต้นจากโรงงานผลิตเส้นหมี่ขนาดเล็กตั้งแต่ปี 2473 ก่อนพัฒนาและขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้ตราสินค้า “ช้างสามเศียร” พร้อมเดินหน้าพัฒนาการผลิตและวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวไทยและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ
ด้านนายศุภโชค กล่าวว่า จังหวัดนครปฐมมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมและเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงพื้นที่หลายจังหวัด โดยมีโครงข่ายคมนาคมสำคัญอย่างถนน M81 และแผนพัฒนาเส้นทาง M8 ที่จะช่วยเชื่อมโยงไปยังภาคใต้ จึงมีโอกาสพัฒนาไปสู่การเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร อย่างไรก็ตาม การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องไม่สร้างผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
ประธาน กมธ.อุตสาหกรรม กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนในพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องกลิ่น ซึ่งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐมอยู่ระหว่างเร่งแก้ไข ขณะเดียวกันยังมีกรณีโรงงานผลิตอะลูมิเนียมผิดกฎหมายในพื้นที่ตัวเมืองนครปฐม ซึ่งเกิดปัญหามาตั้งแต่ปี 2567 และมีกากอุตสาหกรรมตกค้างอยู่ในพื้นที่นานกว่า 2 ปี โดยปัจจุบันอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ส่งผลให้กากอะลูมิเนียมจำนวน 8,258 ถุงยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ได้ จึงขอหารือกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนภายใต้กรอบกฎหมาย และนำกรณีดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาในการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม
ขณะที่นายวราวุธ กล่าวว่า การลงพื้นที่นครปฐมครั้งนี้เป็นการรับฟังปัญหาและหารือแนวทางพัฒนาศักยภาพของจังหวัด โดยหนึ่งในแนวคิดที่มีการหารือคือการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมด้านการเกษตร เนื่องจากนครปฐมมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม โดยมี GDP อยู่ในอันดับที่ 10 ของประเทศ และมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมและปัญหาสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับพื้นที่ใกล้เคียง
“การพัฒนาอุตสาหกรรมจะต้องเดินควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และภาคการเกษตร โดยเกษตรกรต้องไม่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา” นายวราวุธกล่าว พร้อมระบุว่า กระทรวงฯ ยังให้ความสำคัญกับกลุ่ม SME และ Micro SME โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับตัวเข้าสู่หลัก ESG ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญของการค้าโลก และจะเป็นเสมือน “ใบผ่านทาง” ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันและเข้าสู่ตลาดต่างประเทศได้
นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีภารกิจทั้งการให้ความรู้และสนับสนุนแหล่งเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ การลงพื้นที่นครปฐมครั้งนี้จึงเป็นการรับฟังปัญหาและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรม โดยมอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดนครปฐมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากประชาชนมีข้อร้องเรียนสามารถติดต่อสายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม 1546 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และหากเรื่องร้องเรียนผ่านคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม จะร่วมประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น


