เชียงใหม่- เปิดใจ! "เกย์นที" อดีตนักเคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดัง หลังได้รับอภัยโทษพ้นโทษจำคุก12,655ปี คดีแชร์ลูกโซ่"ยูฟัน" แต่ติดจริง11ปี เตรียมตั้งกลุ่มทำประโยชน์เพื่อสังคม พร้อมชี้การลดโทษคดียาเสพติดควรพิจารณาอย่างละเอียดอ่อนเพื่อความยุติธรรมสูงสุดต่อทุกฝ่าย
วันนี้(23ส.ค.69) นายนที ธีระโรจน์พงษ์ อายุ 69 ปี หรือ "เกย์นที" อดีต เคลื่อนไหวทางสังคมชื่อดัง เปิดใจ ภายหลังจากที่เพิ่งพ้นโทษจำคุกจากคดีแชร์ลูกโซ่ "ยูฟัน" ที่ศาลตัดสินลงโทษรวม 12,655ปี แต่ติดคุกจริง11ปี เนื่องจากได้รับพระราชทานอภัยโทษและออกจากเรือนจำเมื่อวันที่14ส.ค.69 อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดกำไลEM เพราะมีคดีค้างเก่าที่ไม่ได้ถูกนำมารวมสำนวนไว้ โดย "เกย์นที"เปิดเผยว่า ตัวเองต้องโทษคดี "ยูฟัน" เป็นคดีฉ้อโกงประชาชน ซึ่งศาลได้ตัดสิน โทษจำคุกรวม12,655 ปี แต่ว่าคดีนี้จะลงโทษได้ไม่เกิน 20 ปี ทั้งนี้ตัวเองได้ต่อสู้มาในชั้นศาลถึง 3 ศาล เป็นเวลา 9 ปี และได้รับอภัยโทษตามกฏเกณฑ์ของกรมราชฑัณท์ถึง 3 ครั้ง
ในที่สุดสรุปแล้วตัวเองได้รับโทษจำคุกโดยขาดไปอีก11วัน จะครบ11ปีเต็ม เพราะเริ่มติดคุกตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.58 และได้พ้นโทษออกมาในวันที่ 14 ส.ค.69 ซึ่งตอนที่พ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 14 ส.ค 69 ปรากฏว่ายังมีคดีเดิมค้างเก่า ซึ่งคนฟ้องไม่ได้รวมสำนวนไว้ด้วยกัน ตัวเองจึงถูกนำตัวไปที่ สภ.เมืองเชียงราย โดยต้องไปนอนห้องขัง 2 คืน และถูกส่งฟ้องศาลเชียงราย ซึ่งศาลได้กรุณาให้ประกันตัวคดีที่ตกค้างในวงเงิน50,000บาทและให้ติดกำไล EM และได้รับการประกันตัวออกมาในคดีที่ตกค้าง พร้อมต้องไปรายงานตัวเป็นระยะ
"เกย์นที" บอกว่า ช่วงที่ติดอยู่ในคุกนั้นตัวเองได้ทำประโยชน์ทั้งต่อกรมราชทัณฑ์และเรือนจำ อย่างเต็มที่ด้วยกำลังและความสามารถที่มี เช่น เป็นคนสอนภาษาอังกฤษบ้าง เป็นคนแปลภาษาอังกฤษหลัก ๆ ให้กับเรือนจำคลองเปรม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ติดคุกอยู่นานเกือบ 11 ปีนั้น ตัวเองเชื่อว่า คนในคุกนั้นมีทั้งเป็นคนที่ดีและคนไม่ดีผสมกัน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าคนดีมีมากกว่า ขณะที่จากการพูดคุยกับเพื่อนผู้ต้องขังตลอดช่วงที่ผ่านมา ตัวเองมีความตั้งใจว่าหากพ้นโทษออกมาแล้ว จะใช้ช่วงเวลาของชีวิตที่เหลืออีกไม่เกิน 10 ปี อุทิศตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ด้วยการก่อตั้งกลุ่ม "สมาพันธ์กลุ่มคนดีคืนสู่สังคม" ให้เหมือนกับคำขวัญของเรือนจำที่ว่า "ดูแลด้วยใจ แก้ไขด้วยเมตตา เพื่อคืนคนดีสู่สังคม" ด้วยการรวมกลุ่มผู้ที่เคยต้องขังและญาติพี่น้อง ตลอดจนประชาชนที่มีจิตใจเป็นกลางให้โอกาสพวกเราออกมาช่วยกันพัฒนบ้านเมือง ซึ่งเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติ ทั้งนี้ตั้งใจว่าในวันที่25ส.ค.69 ซึ่งครบรอบ 11 ปีที่ตัวเองติดคุก จะเดินทางไปกราบสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ เชียงใหม่ พร้อมเปิดตัวการจัดตั้งกลุ่ม "สมาพันธ์คืนคนดีสู่สังคม" และประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
ขณะเดียวกัน "เกย์นที" แสดงความเห็นเทียบเคียงระหว่างคดีแชร์ลูกโซ่ของตัวเองกับคดียาเสพติดที่ถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิตว่า คดีของตัวเองถูกลงโทษต่างกรรมต่างวาระรวมโทษจำคุก12,655ปี แต่กฎหมายกำหนดให้ลงโทษสูงสุดไม่เกิน20ปี ซึ่งสุดท้ายแล้วตัวเองต้องโทษจำคุกจริง11ปี ส่วนบางรายถูกลงโทษคดียาเสพติดให้ประหารชีวิต แต่ลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามในที่สุดได้รับลดโทษอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งติดคุกจริงเพียง8-9ปีเท่านั้น ซึ่งยังน้อยกว่าของตัวเอง อย่างไรก็ตามเข้าใจและยอมรับได้ว่าเป็นกระบวนการตามกฎหมายของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเชื่อว่าทางกรมราชทัณฑ์เองตระหนักและเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ และกำลังพิจารณาถึงความเหมาะสมและการปรับเปลี่ยนให้เกิดความยุติธรรมสูงสุดทั้งต่อสังคมและผู้ต้องขัง
ส่วนประเด็นที่ว่าคดียาเสพติดควรได้รับการลดโทษหรือไม่อย่างไรนั้น "เกย์นที" บอกว่า ตัวเองเพิ่งพ้นโทษออกมาก และระหว่างที่รับโทษอยู่นั้นมีเพื่อนที่เป็นผู้ต้องขังจากคดียาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งพบว่ามีจำนวนมากที่กระทำความผิดไป ด้วยเหตุผลและความจำเป็นที่บีบคั้น ดังนั้นโดยส่วนตัวมีความเห็นว่า คดียาเสพติด ควรจะต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดอ่อนและแยกแยะผู้กระทำผิด เช่น ทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือทำโดยสันดาน เป็นต้น เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด.


