xs
xsm
sm
md
lg

อุทยานฯ กุยบุรีสนธิกำลังผลักดันช้างป่ากลับเข้าป่า สำเร็จปลอดภัย ตรึงกำลังเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประจวบคีรีขันธ์ – เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีสนธิกำลังฝ่ายปกครอง ผลักดันช้างป่า 1 ตัว หลังออกนอกพื้นที่อนุรักษ์มาเดินอยู่บริเวณหน้าอ่างเก็บน้ำคลองบึง บ้านวังไทรติ่ง ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ สามารถนำกลับเข้าสู่เขตอุทยานฯ ได้สำเร็จและปลอดภัย โดยไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย พร้อมตรึงกำลังเฝ้าระวังต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง หวั่นช้างย้อนกลับเข้าพื้นที่ชุมชน

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านวังไทรติ่ง ว่าพบช้างป่า 1 ตัวออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ บริเวณหน้าอ่างเก็บน้ำคลองบึง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจึงประสานฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ทันที

นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และพบช้างป่าบริเวณสี่แยกทางขึ้นอ่างเก็บน้ำคลองบึง เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านม จากนั้นวางกำลังควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันอันตรายแก่ประชาชน ก่อนเริ่มปฏิบัติการผลักดันในเวลา 15.35 น. กระทั่งเวลา 18.30 น. สามารถผลักดันช้างป่ากลับเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้สำเร็จ โดยตลอดการปฏิบัติการไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย

ภายหลังภารกิจ กรมอุทยานฯ ได้กำชับให้อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตรึงพื้นที่และเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันช้างป่ากลับออกมายังพื้นที่ชุมชนอีกครั้ง พร้อมติดตามพฤติกรรมของช้างป่าในจุดเสี่ยงอย่างใกล้ชิด

สำหรับการแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้บูรณาการร่วมกับเครือข่ายชุมชน เครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่า และฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุและผลักดันช้างกลับคืนสู่ป่าได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงและความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชน หากพบช้างป่าออกนอกเขตอุทยานฯ ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ ไม่ส่งเสียงดัง หรือกระทำการใดๆ ที่อาจทำให้ช้างตื่นตกใจ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนันในพื้นที่ทันที หรือแจ้งสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง