อุดรธานี– “ประเสริฐ” กางโรดแมปปฏิรูปการศึกษา เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ 67 มาตรา เข้าสภาฯ 7 ธ.ค.นี้ หวังเป็นธรรมนูญการศึกษาฉบับใหม่ในรอบ 27 ปี พร้อมลดภาระครู ใช้AI ช่วยงานเอกสาร เตรียมเปิดตัวแอป “EduPass” และระบบE-Office ขณะที่จับมือออมสินลดดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 3.5% ช่วยแก้หนี้ครูถึงปี
2570
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการยกระดับคุณภาพสถานศึกษา โดยเปิดเผยถึงทิศทางการปฏิรูปการศึกษาไทยและการยกระดับคุณภาพครูทั่วประเทศว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการเร่งขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในหลายมิติ ทั้งด้านกฎหมาย การลดภาระครู การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
นายประเสริฐกล่าวว่า อันดับด้านการศึกษาของไทยขยับขึ้น 3 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 3 ของอาเซียน ขณะที่เวียดนามตามมาในอันดับ 4 ถือเป็นสัญญาณให้ไทยต้องเร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สำหรับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งมี 67 มาตรา และจะเป็นเสมือนธรรมนูญการศึกษาฉบับใหม่ในรอบ 27 ปี นับตั้งแต่ปี 2542 ขณะนี้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นรอบสุดท้ายแล้ว โดยกระทรวงศึกษาธิการเตรียมนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ตามกรอบเวลาที่กำหนด
สาระสำคัญมุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่
รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า อีกหนึ่งภารกิจสำคัญคือการลดภาระงานครู โดยเฉพาะงานเอกสารและการประเมินที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ครูมีเวลากลับไปทำหน้าที่หลักคือการจัดการเรียนการสอน โดยตั้งเป้าลดจำนวนตัวชี้วัดจากเดิม 141 ตัว ให้เหลือไม่เกิน 40 ตัว
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการเตรียมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยสนับสนุนงานเอกสารของครู พร้อมเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชัน “EduPass” ในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า เพื่อเป็นแอปพลิเคชันหลักของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงเตรียมประกาศใช้ระบบ E-Office ในเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อผลักดันการทำงานเข้าสู่ระบบดิจิทัลมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ได้กำชับผู้บริหารสถานศึกษาให้เพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หลังพบข้อมูลของสถานศึกษาถูกโจมตีและรั่วไหลมากกว่า 7,000 ครั้ง โดยสาเหตุหนึ่งมาจากการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่าย จึงขอให้สถานศึกษาปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยและเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างน้อยทุก 6 เดือน
ส่วนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู นายประเสริฐกล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมมือกับธนาคารออมสิน ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 3.5% จากเดิมประมาณ 6-7% โดยมาตรการดังกล่าวมีผลถึงเดือนธันวาคม 2570
การลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยให้ครูลดระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ลง ยกตัวอย่างกรณีหนี้บ้านที่เดิมต้องผ่อนนาน 30 ปี อาจลดเหลือประมาณ 21 ปี ขณะที่ธนาคารออมสินยอมรับภาระรายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงกว่า 2,000 ล้านบาท เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินครู
สำหรับครูที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) สามารถติดต่อขอปรับโครงสร้างหนี้ในอัตราดอกเบี้ย 3.5% ได้เช่นกัน แต่ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการใหม่
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเตรียมลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมหารือกับธนาคารกรุงไทย เพื่อหาแนวทางเพิ่มเติมในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาหนี้สินครูให้เป็นรูปธรรมต่อไป


