กาญจนบุรี - สังขละบุรีสั่งเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มตลอด 24 ชั่วโมง หลังพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกมีฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 10 วัน ส่งผลให้ลำห้วยสาขาของลำน้ำโรคี่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูง กระแสน้ำไหลแรงและมีสีขุ่นแดง
สถานการณ์ล่าสุดพบว่า ลำห้วยหลายจุดมีระดับน้ำเพิ่มสูงและไหลเชี่ยว โดยเฉพาะเส้นทางสัญจรระหว่างบ้านกองม่องทะ หมู่ 2 และบ้านเกาะสะเดิ่ง หมู่ 3 ต.ไล่โว่ ซึ่งประชาชนบางจุดต้องอาศัยเจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันนำรถจักรยานยนต์ข้ามลำห้วย เนื่องจากกระแสน้ำแรงและมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน ชุดเฝ้าระวังน้ำป่าและดินโคลนถล่มในพื้นที่บ้านสะเนพ่อง หมู่ 2 ต.ไล่โว่ ซึ่งประกอบด้วยผู้นำชุมชน สมาชิก อบต. ชรบ. จิตอาสา รวมถึงครูและนักเรียนศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน พร้อมเตรียมกำลังและอุปกรณ์เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที หากเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือดินโคลนถล่ม
นอกจากนี้ มวลน้ำจากลำห้วยโรคี่ได้ไหลลงสู่ลำน้ำซองกาเลีย บริเวณจุดเล่นน้ำซองกาเลีย หมู่ 8 ต.หนองลู ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น กระแสน้ำไหลเชี่ยวและมีสีขุ่น ก่อนมวลน้ำจะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ
จุดที่ฝ่ายปกครองให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือบริเวณสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือ “สะพานมอญ” แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ อ.สังขละบุรี เนื่องจากกระแสน้ำที่เพิ่มสูงอาจพัดพาเศษไม้ วัชพืช และสิ่งสกปรกมาติดบริเวณโครงสร้างสะพาน
นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี จึงสั่งการให้ฝ่ายปกครองบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. ชรบ. และจิตอาสา เฝ้าติดตามระดับน้ำและกระแสน้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะบริเวณสะพานมอญ หากพบเศษสวะหรือวัชพืชลอยมาติดสะพาน ให้เร่งนำออกทันที เพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำและลดความเสี่ยงต่อโครงสร้างสะพาน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หรือมีผลกระทบต่อเส้นทางสัญจรและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่


