xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ลาว ผนึกกำลังทหาร ปิดล้อมจับ 2 ทรชนปล้นร้านทองเชียงของ กวาดสร้อย-แหวน หนัก 184 บาท หนีข้ามโขง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แขวงบ่อแก้ว/เชียงราย – จับได้แล้ว “คู่หูทรชนควงปืนปล้นร้านทองกลางห้างฯเชียงของ”..หลัง ตร.สปป.ลาว ขอกำลังทหาร ร่วมปิดล้อมจับกุมได้พร้อมอาวุธปืน หนึ่งเป็นชาวม้งอยู่ห้วยทราย อีกหนึ่งเป็นคนลาวยึดอาชีพขับเรือ ร่วมเช่ามอ’ไซค์ ควงปืนปล้น กวาดสร้อย-แหวน ยัดกระเป๋าไป 184 บาท หนีข้ามโขงกลับลาวตั้งแต่ 4 ส.ค.



รายงานข่าวจากชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย แจ้งว่า กรณีคนร้ายเป็นชายชาวลาว 2 คน ควงอาวุธปืนพกสั้นบุกเข้าปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ภายในห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขา อ.เชียงของ จ.เชียงราย กวาดทองคำรูปพรรณใส่กระเป๋าไปได้น้ำหนัก 184 บาท ก่อนหลบหนีข้ามแม่น้ำโขง ขึ้นฝั่งแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกันไปได้ เมื่อ 4 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดมีรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่ป้องกันความสงบ (ปกส.) หรือตำรวจของแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว สนธิกำลังกับทหาร เข้าปิดล้อมจับกุมผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คนได้แล้ว คนแรกคือ นายสมชาย ทิพพะวัน อายุ 32 ปี เชื้อสายม้ง พักอาศัยอยู่ที่บ้านขอนแก้ว เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว และอีกคนชื่อนายอ้าย วิไลสุก อายุ 31 ปี อาชีพขับเรือพักอาศัยอยู่ที่บ้านห้วยทรายเหนือ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว

เบื้องต้นมีรายงานว่า ทั้งคู่ถูกจับกุมได้เมื่อ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมอาวุธปืนพกสั้น แต่ยังยืนยันว่าเป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่ และยังไม่มีรายงานว่า ของกลางทองคำรูปพรรณทั้งหมดนำไปเก็บซ่อนไหว้ที่ไหน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ตั้งข้อหาว่า "ปล้นทรัพย์" โดยกรณีนายอ้ายถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย


หลังจับกุมทาง สปป.ลาว ได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ และ ภ.จว.เชียงราย ซึ่งเดินทางไปพบปะเพื่อประสานความร่วมมือกับ สปป.ลาว มาก่อนแล้ว ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติม ทาง สปป.ลาว กำลังตรวจสอบอาวุธปืนและของกลางอื่นๆ ที่ใช้ก่อเหตุรวมทั้งทองคำรูปพรรณทั้งหมด ก่อนจะหารือเพื่อส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในฝั่งไทยต่อไป

สำหรับคดีปล้นร้านทองที่ อ.เชียงของ ดังกล่าวถือเป็นเรื่องอุกอาจ เพราะคนร้ายทั้ง 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันไปจอดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินอยางไม่สะทกสะท้าน จากนั้นได้ถือปืนพกสั้นขนาด 9 มม.คนละ 1 กระบอก บุกเข้าไปปล้นเอาทองคำรูปพรรณในร้านท่ามกลางกล้องวงจรปิดที่เก็บภาพเอาไว้ได้หลายมุม

ซึ่งหนึ่งในคนร้ายไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าด้วย จากนั้นได้นำทองคำรูปพรรณใส่กระเป๋าไปคนละ 1 ใบและหลบหนีด้วยรถจักรยานยนต์คันเดิมไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขงห่างจากห่างสรรพสินค้าเพียงประมาณ 200 เมตร โดยใช้เวลาก่อเหตุจนถึงหลบหนีเพียงประมาณ 10 นาที

หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ ได้ตรวจสอบบุคคลจนทราบชัดเจนว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครและขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดเทิง ออกติดตามจับกุม และเนื่องจากทั้งคู่หลบหนีข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝั่ง สปป.ลาว จึงประสานกับกองบัญชาการ ปกส.แขวงบ่อแก้ว จนสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุดดังกล่าว.