xs
xsm
sm
md
lg

รายงาน (จบ) ชะตากรรมคนแม่อาย เชียงใหม่-เชียงราย ใต้มลพิษข้ามพรมแดน "กระทบทุกหย่อมหญ้า ชาวบ้าน-ประมง-เกษตร-ท่องเที่ยว-ค้าขาย"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่/เชียงราย – “TOR ไทย-เมียนมา” จะแก้ได้มั้ย!? ทั้งปลา ทั้งพืชผลทางการเกษตร ปนเปื้อนชัด.. “สารหนู แคดเมียม ฯลฯ”สารพัดโลหะหนักปนเปื้อนน้ำกก น้ำสาย น้ำรวก น้ำโขง กระทบผู้คนริมฝั่งทุกสาขาอาชีพ ชาวประมงต้องทิ้งแห ไซ สวิง-ปางช้างกะเหรี่ยงรวมมิตร แทบร้าง-พัทยาน้อย ใกล้สูญพันธุ์ ล่าสุดแม้แต่ “บวบ แตงกวา มะเขือเปราะ มะม่วง” ยังเจอสารตกค้าง


แม่น้ำกก-น้ำสาย ขุ่นข้นผิดปกติตั้งแต่ปี 2566-2567 กระทั่งต้นปี 2568 เริ่มมีการตรวจพบสารโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูปนเปื้อนทั้งในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง เกินค่ามาตรฐานเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งน้ำ ตลอดแนวจาก ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ผ่าน อ.เมืองเชียงราย-อ.เวียงชัย-อ.เวียงเชียงรุ้ง-อ.แม่จัน-อ.ดอยหลวง จนไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า

กลุ่มแรก คือชาวประมง เพราะทันทีที่ปรากฎข่าวสารปนเปื้อน ชาวประมงที่ต้องสัมผัสกับแม่น้ำเสี่ยงต่อการมีสารพิษสะสมในร่างกาย สัตว์น้ำขายไม่ออก ร้านค้าหรือผู้ค้ารายย่อยไม่กล้าซื้อ เพราะผู้บริโภคเริ่มวิตกกังวลสารตกค้างจากแม่น้ำดังกล่าว อย่างบ้านป่าอ้อแม่ยาว หมู่ 5 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ที่ต้องวางอุปกรณ์หาปลา เช่น แห ไซ สวิง ฯลฯ ทิ้งเอาไว้ริมฝั่ง สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นตลอดแนวตั้งแต่ อ.แม่อาย เรื่อยมา

นางจินดา อินคำ ชาวบ้านป่าอ้อแม่ยาว กล่าวว่าปกติชาวบ้านจะออกหาปลากัน อย่างน้อยก็นำมากิน หรือถ้าหาได้มากก็จะเอาไปขายมีรายได้ครั้งละ 40-50 บาท หรือหากได้มากกว่านั้นก็จะนำไปขายในตลาด แต่ตอนนี้ชาวบ้านไม่ออกหาปลากันแล้วเพราะกลัวเรื่องสารพิษตกค้าง และผู้คนที่เคยซื้อก็ไม่กล้าซื้อ ถ้าหาปลาได้ก็ไม่รู้จะเอามาขายให้ใคร

“ตอนนี้เพิงขายปลาที่ผู้คนเคยแวะเวียนไปดูก็หายไปหมด อุปกรณ์หาปลาก็ปล่อยทิ้งเอาไว้ ชาวบ้านไม่มีรายได้อื่น ที่ผ่านมาอาศัยแม่น้ำในการหารายได้จึงพากันเดือดร้อนกันหมด”


และตั้งแต่เดือน ธ.ค.2568-พ.ค.2569 สำนักงานเกษตร อ.แม่อาย และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ ได้เก็บตัวอย่างพืชริมฝั่งแม่น้ำกก ส่งบริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ตรวจแล้ว 6 ครั้ง พบสารตกค้างทุกครั้ง

โดยเฉพาะสารแคเมียมที่พบในพืชเกือบทุกครั้งที่มีการตรวจ รองลงมาคือ ตะกั่วและสารหนู ครั้งล่าสุดพบแตงกวาที่เก็บตัวอย่างจากบ้านหมู่ 4 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย มีสารแคดเมียม 0.365 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเกินกว่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ 0.05 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม สารหนู 2.594 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม ขณะที่ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 2 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม

ส่วนมะเขือเปราะพบสารแคดเมียม 0.586 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม,บวบพบสารแคดเมียมในปริมาณ 0.517 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม,มะม่วงเก็บตัวอย่างจากหมู่ 7 ต.ท่าตอน พบสารแคดเมียม 0.299 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม ซึ่งล้วนเกินกว่าค่ามาตรฐานที่อยู่ที่ 0.05 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัมทั้งสิ้น ขณะที่มะม่วงยังพบสารหนูในปริมาณ 1.272 แต่ยังถือว่าไม่เกินค่ามาตรฐาน ฯลฯ

ภาคการท่องเที่ยวตลอดแนวน้ำกกก็ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ เช่น บ้านรวมมิตร หมู่ 2 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเคยมีนักท่องเที่ยวไปเยือนปางช้างริมฝั่งเป็นจำนวนมาก วันนี้หายไปอย่างน่าตกใจ ช้างที่เคยมีไว้รองรับนักทองเที่ยว 10-20 เชือก ลดเหลือเพียง 9 เชือก แม้แต่ควาญช้างชาวกะเหรี่ยงก็ไม่กล้านำช้างไปกินน้ำในแม่น้ำกก แต่จะให้กินน้ำประปาภูเขาที่อยู่ห่างไกลและยากลำบากกว่าแทน


นายสีทน คำแปง ผู้จัดการปางช้างบ้านกะเหรี่ยงรวมมิตร กล่าวว่าหลังมีการพบแม่น้ำกกปนเปื้อนก็ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปจากเดิมกว่า 80% เพราะไม่สามารถนั่งช้างลุยแม่น้ำกกได้เหมือนเดิม กิจกรรมอื่นๆ เช่น ล่องแพ ฯลฯ ก็ต้องยุติตามลงไปด้วย

เช่นเดียวกับธุรกิจค้าขายริมฝั่งแม่น้ำกกที่หาดเชียงรายหรือพัทยาน้อย เขตติดต่อ ต.รอบเวียง กับเทศบาลนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย ที่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คึกคักในหน้าร้อนและสงกรานต์ ล่าสุดร้านค้าที่เคยมีอยู่ 43 ราย เหลืออยู่เพียง 17 ราย เพราะในช่วงเดือน เม.ย.2568 จ.เชียงราย ได้ประกาศงดการลงเล่นแม่น้ำกก เพราะตรวจพบสารหนูปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ล่าสุดกรมโยธาธิการและผังเมืองมีโครงการจะเข้าไปพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งทำให้อนาคตของร้านค้าดูมืดมนเต็มที


ผลกระทบยังมีต่อระบบน้ำประปา เมื่อการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้เสนอรัฐบาลให้ดำเนินโครงกาก่อสร้างสถานีผลิตน้ำประปาแห่งใหม่ อ.เชียงแสน งบลงทุน 916.094 ล้านบาท โดยหันไปใช้น้ำดิบจากแม่น้ำโขงแทนแม่น้ำสายและรวก เพื่อผลิตน้ำประปาส่งไปยัง อ.แม่จัน และ อ.แม่สาย คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2570 ส่วนท้องที่ชั้นใน กปภ. ได้เดินหน้าผลักดันการย้ายแหล่งน้ำดิบจากแม่น้ำกกไปยังแม่น้ำลาว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอจัดสรรงบประมาณปี 2570 วงเงินรวม 2,248 ล้านบาท ครอบคลุมการให้บริการใน 4 อำเภอ คือ อ.เมืองเชียงราย อ.แม่ลาว อ.เวียงชัย อ.พาน

ทั้งนี้ ล่าสุดรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้มีการลงนาม "ขอบเขตอำนาจหน้าที่" หรือ TOR ในการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างไทยและเมียนมา ในโอกาสที่ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เดินทางมาเยือนประเทศไทย เมื่อ 6-7 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ว่าแท้ที่จริงแล้ว TOR นี้จะแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่.