xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯ ลพบุรี ลงพื้นที่แจงชาวบ้านค้านเหมืองเพอร์ไลต์ ด้านชาวบ้านหลั่งน้ำตา หวั่นหมดทางหากินจากป่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลพบุรี – ผู้ว่าฯ ลพบุรี นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ชี้แจงชาวบ้านกว่า 1,000 คน กรณีบริษัทได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่เพอร์ไลต์ พื้นที่ ต.มหาโพธิ์ หลังชาวบ้านคัดค้านต่อเนื่อง หวั่นกระทบป่า แหล่งอาหาร และวิถีชีวิต ด้านหญิงวัย 65 ปี หลั่งน้ำตา เผยหากมีเหมืองก็ไม่รู้จะหากินอย่างไร เพราะชาวบ้านจำนวนมากพึ่งพาของป่าเลี้ยงชีพ

บ่ายวันนี้ ( 18 ส.ค.) นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พบปะและชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ประชาชนกว่า 1,000 คน กรณีบริษัทเอกชนได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่เพอร์ไลต์ในพื้นที่หมู่บ้าน ต.มหาโพธิ์ จำนวนประมาณ 40 ไร่ ท่ามกลางการคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดมหาโพธิ์ ต.มหาโพธิ์ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี

สำหรับกรณีดังกล่าว ชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่น โดยมีนายณรงค์ ปานสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมหาโพธิ์ เป็นหนึ่งในแกนนำ ได้ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความ และดำเนินการฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณากรณีการออกประทานบัตร โดยชาวบ้านอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวน มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ และเกรงว่าการทำเหมืองจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มลพิษ รวมถึงการประกอบอาชีพและวิถีชีวิตของประชาชนในอนาคต ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาลปกครอง

บรรยากาศการพบปะเป็นไปอย่างตึงเครียด โดยชาวบ้านต่างตะโกนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่เอาเหมือง” และยืนยันว่าจะเดินหน้าคัดค้านต่อไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

นายวีรพงศ์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่ได้รับประทานบัตร พบว่าเป็นพื้นที่บริเวณเชิงเขา มีสภาพป่าที่สมบูรณ์ และพื้นที่โดยรอบยังมีพื้นที่เกษตรกรรมที่ชาวบ้านใช้ทำมาหากิน รวมถึงอยู่ใกล้กับชุมชน ดังนั้น แม้บริษัทจะได้รับประทานบัตรแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถดำเนินการทำเหมืองได้ทันที

ผู้ว่าฯ ลพบุรีชี้แจงว่า ขณะนี้บริษัทยังอยู่ในขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน ทั้งด้านมลภาวะและสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อนที่จะดำเนินการทำเหมืองจริงจะต้องผ่านขั้นตอนและมาตรการที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ขอให้ชาวบ้านร่วมกันเสนอแนวทางหรือข้อเรียกร้องที่ต้องการให้บริษัทดำเนินการเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อเสนอทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาร่วมกัน พร้อมย้ำว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ควรเกิดขึ้นโดยสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ด้านนายณรงค์ ปานสุวรรณ นายก อบต.มหาโพธิ์ กล่าวว่า ชาวบ้านยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการประชาพิจารณ์ก่อนการออกประทานบัตร โดยครั้งแรกมีชาวบ้านเข้าร่วมเพียงประมาณ 45 คน แต่กลับมีการดำเนินการออกประทานบัตรให้กับบริษัท จึงเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด

นายณรงค์กล่าวว่า ตนเองพร้อมด้วยชาวบ้านได้ต่อสู้คัดค้านเรื่องนี้มาโดยตลอด และจะเดินหน้าดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อปกป้องพื้นที่และวิถีชีวิตของประชาชนในตำบลมหาโพธิ์ต่อไป

ขณะที่นางสมคิด อายุ 65 ปี ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพและพึ่งพาทรัพยากรจากป่า กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองและชาวบ้านอีกหลายคนใช้ชีวิตด้วยการหาของป่า เช่น หน่อไม้ ซึ่งสามารถนำมาประกอบอาหารง่ายๆ เพียงต้มกับน้ำปลา ก็สามารถนำมากินกับข้าวได้แล้ว แต่หากมีเหมืองแร่เกิดขึ้น ชาวบ้านอาจไม่สามารถเข้าไปหาของป่าในพื้นที่ได้อีก

“พวกเราเป็นชาวบ้าน ไม่มีเงินเดือนเหมือนผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน แล้วถ้ามีเหมืองเกิดขึ้นจะให้พวกเราหากินอย่างไร” ป้าสมคิดกล่าว พร้อมวิงวอนให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือและรับฟังเสียงของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีกล่าวทิ้งท้ายว่า การที่บริษัทได้รับประทานบัตรแล้วเป็นข้อเท็จจริงตามขั้นตอนทางกฎหมาย และไม่สามารถยกเลิกได้โดยง่าย แต่ในขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถลงมือทำเหมืองได้ทันที และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยภาครัฐจะติดตามดูแลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม