xs
xsm
sm
md
lg

“สุชาติ” ลงพื้นที่ปราจีนฯ แจง“ปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC” พร้อมเร่งแก้ปัญหามลพิษ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปราจีนบุรี – “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ลงพื้นที่ในฐานะผู้แทนรัฐบาล ยืนยันชัด ปัจจุบัน EEC มีเพียง 3 จังหวัด ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา พร้อมสั่งเร่งแก้ปัญหากากของเสีย มลพิษอากาศ และคุณภาพน้ำคลองบุญเลิศ ย้ำการพัฒนาต้องไม่แลกกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตประชาชน

วันนี้ (18 ส.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ในฐานะผู้แทนรัฐบาลที่ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเรียกร้องจาก “เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง” และประชาชนในพื้นที่ กรณีความกังวลเกี่ยวกับการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่า รัฐบาลรับฟังเสียงประชาชนและให้ความสำคัญกับข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์ที่ดิน ทรัพยากรน้ำ ป่าไม้ พื้นที่เกษตร สิทธิชุมชน และวิถีชีวิตของประชาชน

นายสุชาติ กล่าวว่า “ปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC” โดยปัจจุบันพื้นที่ EEC ยังคงประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เท่านั้น พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่า การพัฒนาพื้นที่จะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง ข้อมูลทางวิชาการ ความเหมาะสมของพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ

“รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง การพัฒนาประเทศต้องเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ไม่ใช่การพัฒนาเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว วันนี้ EEC มีเพียง 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ส่วนปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในเรื่องนี้”

สำหรับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมใน จ.ปราจีนบุรี รัฐบาลกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การลักลอบทิ้งกากของเสีย มลพิษทางอากาศ และปัญหาคุณภาพน้ำในคลองสาธารณะ

กรณีการลักลอบทิ้งกากของเสียในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.กบินทร์บุรี ทั้งพื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่เอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บข้อมูลเพื่อบ่งชี้การปนเปื้อน โดยกรมควบคุมมลพิษได้ประสานผลการตรวจวิเคราะห์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการดำเนินคดี ขณะที่หน่วยงานป่าไม้และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร้องทุกข์กล่าวโทษหรือลงบันทึกประจำวันในพื้นที่พบการลักลอบทิ้งแล้ว ส่วนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอยู่ระหว่างติดตามผู้กระทำผิด หากตรวจพบว่าเป็นของเสียเคมีวัตถุ จะดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายต่อไป

ส่วนปัญหามลพิษทางอากาศจากกลิ่นและเขม่าควันของโรงหลอมใน อ.ศรีมหาโพธิ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดได้เข้าตรวจสอบและมีคำสั่งตามกฎหมายโรงงานแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจวิเคราะห์เพื่อพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมใน อ.กบินทร์บุรี อยู่ระหว่างขั้นตอนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ ปัญหาคุณภาพน้ำคลองบุญเลิศ อ.กบินทร์บุรี ซึ่งประชาชนพบว่าน้ำเปลี่ยนเป็นสีดำ มีกลิ่น และพบปลาตายบางส่วน เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นพบว่าน้ำมีสีดำ มีฟอง และมีค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) อยู่ที่ 1.6 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือยืนยันแหล่งกำเนิดมลพิษได้ ต้องรอผลการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำและสิ่งแวดล้อมจากห้องปฏิบัติการ

นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สระบุรี) จะประสานจังหวัดสระแก้วและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด พร้อมเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม เพื่อค้นหาแหล่งกำเนิดมลพิษ และนำข้อมูลทางวิชาการไปกำหนดมาตรการแก้ไข ฟื้นฟู และป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและระบบนิเวศ

นายสุชาติกล่าวย้ำว่า รัฐบาลต้องการให้การพัฒนาปราจีนบุรีเดินหน้าไปพร้อมกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทุกขั้นตอนต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมยืนยันอีกครั้งว่า “ปราจีนบุรีไม่ได้อยู่ใน EEC”

ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่อย่างจริงจัง ตรวจสอบได้ และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาและการลงทุนจะไม่แลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งให้ “เศรษฐกิจเดินหน้า สิ่งแวดล้อมได้รับการดูแล และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”