xs
xsm
sm
md
lg

“เปิดมุมมองกงสุลใหญ่” หนึ่งแผ่นโพยก๊วนผูกขุนเขาชลธี เชื่อมสัมพันธ์ไมตรีจีนไทยผูกพันนับรุ่นคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เปิดมุมมองกงสุลใหญ่”
หนึ่งแผ่นโพยก๊วนผูกขุนเขาชลธี เชื่อมสัมพันธ์ไมตรีจีนไทยผูกพันนับรุ่นคน


เมื่อไม่นานมานี้ ภาพยนตร์จีนเรื่อง "จดหมายรักถึงอาม่า" (Dear You) ได้เข้าฉายทั่วประเทศในประเทศไทย มีสายธารแห่งผู้ชมหลั่งไหลเข้าสู่โรงภาพยนตร์อย่างไม่ขาดสาย กทั้งองค์กรและสมาคมต่าง ๆได้จัดรอบเหมาฉาย ในกลุ่มผู้ชม มีทั้งผู้สูงอายุผมสีดอกเลาซึ่งปกติมักจะไม่ค่อยเข้าโรงภาพยนตร์และคนหนุ่มสาวที่มาพร้อมกับครอบครัว ทุกคนต่างเดินออกจากโรงภาพยนตร์ด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเต็มอิ่มความซาบซึ้งใจไม่มียกเว้น ภาพยนตร์ที่ไร้ซึ่งการทุ่มทุนสร้างมหาศาล และไร้ซึ่งรายนามดาราดังระดับโลก เหตุใดจึงสามารถสร้างคลื่นความรู้สึกกระเทือนใจเช่นนี้ในประเทศไทยได้ ? คำตอบนั้นซ่อนอยู่ในวิถีชีวิตของผู้ชมชาวไทยนั่นเอง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ "โพยก๊วน" เป็นเส้นเรื่องในการดำเนินเรื่อง ถ่ายทอดเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลรุ่นก่อนในแถบแต้จิ๋วของประเทศจีนเมื่อศตวรรษที่แล้ว ซึ่งอพยพเดินทางลงสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อแสวงหาชีวิตใหม่โดยการประกอบอาชีพ ยามต้องเหลียวมองกลับไปยังถิ่นกำเนิดข้ามฟากมหาสมุทร มีเพียงอักษรในจดหมายที่ช่วยฝากถ้อยคำแห่งความรักและความคิดถึง จดหมายโพ้นทะเลหรือโพยก๊วนเพียงหนึ่งฉบับ ไม่เพียงแต่นำพาความผูกพันระหว่างญาติมิตรในถิ่นฐานบ้านเกิดกับผู้ที่อยู่อาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของไทยและจีนเข้าด้วยกัน เมื่อเดินไปตามตรอกซอกซอยในประเทศไทย ตั้งแต่ร้านข้าวต้มแต้จิ๋วในย่านเยาวราช ผ่านร้านค้าที่แขวนป้ายชื่อภาษาจีนอันทรงพลัง

จากศาลเจ้าปึงเถ่ากงม่าพาดผ่านศาลเจ้าประจำตระกูล สิ้นสุด ณ วิถีแห่งการรับประทานอาหารในชีวิตประจำวัน ล้วนสามารถพบเห็นร่องรอยแห่งความโหยหาบ้านเกิดที่ชาวจีนอพยพยุคแรกเริ่มได้ทิ้งไว้ในทุกหนทุกแห่ง ชาวแต้จิ๋วที่เคยฝ่าน้ำข้ามทะเลในอดีต ได้นำพาประเพณีและฝีมือเชิงช่างจากบ้านเกิดมาตั้งรกราก ณ แผ่นดินแห่งนี้ พึ่งพาอาศัยและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ร่วมกับชาวไทยอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งหลอมรวมกลายเป็นครอบครัวเดียวกันในที่สุด

ยามสายตาทอดมองภาพยนตร์ สิ่งที่ตราตรึงดวงใจมากที่สุด คือกระแสอารมณ์ความรู้สึกอันเชื่อมประสานกันระหว่างโลกบนจอเงินและโลกแห่งความเป็นจริง ในบทภาพยนตร์ อาม่าซึ่งอยู่ ณ แผ่นดินใหญ่เฝ้าถนอมจดหมายตราบตลอดช่วงแห่งชีวิต ขณะที่อาม่าบนแผ่นดินไทยได้สืบทอดความระลึกถึงต่อบุคคลในครอบครัวไปตลอดชีวิตเช่นกัน ผู้ชมชาวไทยเมื่อได้รับชมต่างเกิดความรู้สึกสะเทือนใจร่วม เนื่องด้วยภายในครอบครัวของตนเองต่างมี "อาม่า" หรือ "อากง" ในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน ความสำคัญที่พวกเขามีให้แก่ครอบครัว ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้สูงอายุที่เคารพ ตลอดจนความยึดมั่นในคุณธรรมและมิตรภาพ ล้วนเป็นสิ่งที่สั่งสมและถ่ายทอดผ่านการดำเนินชีวิตของคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ความรู้สึกร่วมอันแฝงอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันเหล่านี้ ถือเป็นรากฐานอันมั่นคงที่สุดในการเชื่อมโยงจิตใจของประชาชนทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน


ข้าพเจ้าปฏิบัติงานและพำนัก ณ จังหวัดขอนแก่นมาเป็นเวลายาวนานกว่า 3 ปีแล้ว จึงตกผลึกและซาบซึ้งถึงความรู้สึกนี้อย่างลึกซึ้ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยถือเป็นหนึ่งในพื้นที่แรก ๆ ที่บรรพบุรุษชาวจีนโพ้นทะเลได้เดินทางมาตั้งรกราก โดยในจังหวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี และสุรินทร์ ล้วนมีผู้สืบเชื้อสายจีนอยู่เป็นจำนวนมาก ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมากได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาหลายชั่วอายุคนแล้ว แม้บางท่านอาจจะไม่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้มากนัก หรืออาจจะยังไม่เคยเดินทางไปยังประเทศจีนหลายครั้งก็ตาม ทว่าคุณลักษณะพื้นฐานอันทรงคุณค่า ทั้งความขยันหมั่นเพียร ความซื่อสัตย์สุจริต ตลอดจนการยึดมั่นในสัจจะและการรักษาสัญญาที่อยู่ในสายเลือดนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป

ทั้งความห่วงใยผูกพันที่มีต่อประเทศจีนก็ไม่เคยขาดสาย เปรียบประดุจดังจดหมายโพ้นทะเลหรือโพยก๊วนในภาพยนตร์ที่ลอยข้ามฟากฟ้ามหาสมุทร แม้ข้อความบนหน้ากระดาษจะสั้นกระชับ ทว่าสายสัมพันธ์และอารมณ์ความรู้สึกกลับลึกซึ้งยาวนาน ข้อความที่เขียนขึ้นคือเรื่องราวภายในครอบครัว แต่สายใยที่เชื่อมโยงกันไว้นั้นคือสายเลือดอันเดียวกัน

มีผู้กล่าวไว้ว่า ภาพยนตร์ที่ดีเปรียบเสมือนหน้าต่างบานหนึ่ง ภาพยนตร์เรื่อง "จดหมายรักถึงอาม่า" ก็ทำหน้าที่เป็นหน้าต่างบานนั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมชาวไทยจำนวนมากได้รับชมเรื่องราวประวัติศาสตร์อันมีชีวิตชีวาของการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ตลอดจนทำให้เราสามารถทำความเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของวลีที่ว่า "จีนไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน" อีกครั้ง มิตรภาพอันแนบแน่นนี้มิได้เกิดขึ้นโดยปราศจากรากฐาน หากแต่เป็นผลจากการร่วมทุกข์ร่วมสุขและฟันฝ่าอุปสรรคเคียงบ่าเคียงไหล่ของประชาชนชาวจีนและชาวไทยเมื่อกว่าหนึ่งร้อยปีที่แล้ว เป็นผลจากการอุทิศตนและทุ่มเทสร้างสรรค์ความเจริญให้แก่ประเทศไทยของชาวไทยเชื้อสายจีนรุ่นแล้วรุ่นเล่า และเป็นผลจากการสั่งสมในวิถีชีวิตประจำวันที่ประชาชนของทั้งสองประเทศได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นในด้านต่าง ๆ

อาทิ การค้า วัฒนธรรม และการศึกษาในปัจจุบัน ดังคำกล่าวในภาพยนตร์ที่ว่า "แม่น้ำและท้องทะเลยังมีฝั่ง แต่ความรักความผูกพันนั้นไร้ขอบเขต" ขุนเขาและสายน้ำมิอาจตัดขาดสายเลือด ตลอดจนวันเวลาและกาลเวลาก็มิอาจลบล้างความผูกพันแห่งสายใยครอบครัวได้


ในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยกำลังเริ่มต้นก้าวใหม่ที่สำคัญ ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศดำเนินไปอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเดินทางไปมาหาสู่กันของบุคลากรก็เป็นไปอย่างแน่นแฟ้นทวีคูณ ทว่าสิ่งที่มีคุณค่าและงดงามที่สุด ย่อมเป็นน้ำใจไมตรีอันแสนจริงใจและสมถะของประชาชนในระดับฐานราก การที่ภาพยนตร์เพียงเรื่องหนึ่งสามารถจุดประกายความรู้สึกร่วมอย่างกว้างขวางเช่นนี้ได้ ย่อมเป็นสิ่งพิสูจน์ให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ดวงใจของประชาชนทั้งสองประเทศร้อยเรียงและผูกพันถึงกัน ในอนาคต พวกเราจักยังคงมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในลักษณะนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้มองเห็นตนเอง และทำความเข้าใจซึ่งกันและกันผ่านเรื่องราวของกันและกันต่อไป

โพยก๊วน เพียงหนึ่งฉบับ ถ่ายทอดความยากลำบากในอดีตอย่างครบถ้วน ไมตรีจิตอันลึกซึ้งของสองแผ่นดินได้ร่วมสืบสานและจารึกบทใหม่แห่งยุคสมัย เรื่องราวแห่งมิตรภาพจีน-ไทยจะยังคงสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นประดุจดังจดหมายจากบ้านเกิดเหมือนในภาพยนตร์ ยิ่งร้อยเรียงมากเท่าใดย่อมอบอุ่นมากเท่านั้น ยิ่งถักทอร้อยเรียงมากเท่าใด ความผูกพันธ์ยิ่งทอดยาวไร้ที่สิ้นสุด