ปราจีนบุรี – เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งยังปักหลักเคลื่อนไหวคัดค้านการขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้าสู่จังหวัดปราจีนบุรี ย้ำรอคำตอบจากนายกรัฐมนตรี หลัง สส.รับเรื่องแล้ว 2 ครั้ง ระบุ 11,207 รายชื่อเสียงประชาชนต้องมีความหมาย พร้อมประเมินสถานการณ์ หากยังไร้ความคืบหน้าอาจยกระดับการเคลื่อนไหวถึงส่วนกลาง
วันนี้ ( 18 ส.ค.)ช่วงบ่าย บรรยากาศการชุมนุมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยังปักหลักทำกิจกรรมและจัดเตรียมวัสดุสำหรับกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์
หนึ่งในกิจกรรมที่เตรียมขึ้นคือการจัดทำ หุ่นฟางจำนวน 4 ตัว นั่งเรียงกัน เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการสื่อสารจุดยืนและข้อเรียกร้องของประชาชน ขณะที่ช่วงเย็นจะมีกิจกรรมเพิ่มเติม แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่เปิดเผยรายละเอียด โดยยืนยันว่าจะดำเนินกิจกรรมอย่างสันติ
นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม จากเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง จ.ปราจีนบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการชุมนุมว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงรอคำตอบจากรัฐบาลเกี่ยวกับข้อเรียกร้องให้ทบทวนและยกเลิกการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี
นายสุเมธกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับเรื่องจากประชาชนมาแล้ว 2 ครั้ง และรับปากว่าจะนำข้อเรียกร้องเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้รับทราบถึงจุดยืนของประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีที่ไม่ต้องการให้มีการขยายพื้นที่ EEC เข้ามาในจังหวัด
ขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมจึงยังรอคำตอบว่า นายกรัฐมนตรีได้รับหนังสือและข้อเรียกร้องดังกล่าวแล้วหรือไม่ และรัฐบาลจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไร
นายสุเมธย้ำว่า จุดประสงค์ของการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีความชัดเจน คือ ต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยตรง หรือหากจะมอบหมายผู้แทนมาพูดคุย จะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจอย่างชัดเจน และสามารถนำไปสู่การพิจารณายกเลิกการขยาย EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรีได้
ส่วนแนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมจะประเมินสถานการณ์ตามคำตอบจากรัฐบาล โดยจะติดตามว่าหนังสือที่ส่งถึงนายกรัฐมนตรีไปถึงแล้วหรือไม่ หากได้รับหนังสือแล้วแต่ยังไม่มีคำสั่งหรือความคืบหน้าใดๆ กลุ่มจะหารือร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางยกระดับการเคลื่อนไหว
เบื้องต้นจะยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ในพื้นที่เดิม ไม่เคลื่อนย้ายไปตามสถานที่ต่างๆ แต่หากมีการยกระดับ อาจพิจารณาเคลื่อนไหวไปยังส่วนกลางในกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้จะต้องหารือร่วมกันภายในกลุ่มก่อน
นายสุเมธยังกล่าวถึงรายชื่อประชาชนจำนวน 11,207 รายชื่อ ที่ร่วมแสดงจุดยืนคัดค้านการขยาย EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี โดยเห็นว่าเสียงของประชาชนจำนวนดังกล่าวควรได้รับการรับฟังและมีความหมาย พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีนำข้อเสนอและเสียงของประชาชนกลับไปพิจารณาทบทวนอีกครั้ง
“การที่ประชาชนลงรายชื่อหมื่นกว่าคน แสดงว่าประชาชนในพื้นที่มีจุดยืนว่าไม่ต้องการ EEC เสียงของประชาชนควรมีความหมาย” นายสุเมธกล่าว
ขณะที่บรรยากาศบริเวณพื้นที่ชุมนุม กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรม โดยนำหุ่นฟาง 4 ตัวมานั่งเรียงกันเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ในการสื่อสารข้อเรียกร้อง ส่วนกิจกรรมช่วงเย็นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด โดยกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าจะรอคำตอบจากรัฐบาลตามกรอบการดำเนินงานของกลุ่ม ก่อนประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวในขั้นต่อไป


