พระนครศรีอยุธยา – “ครูแอ๊ด” อดีตครูวัย 80 ปี เปิดใจทั้งน้ำตา หลังไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง พร้อมเผาโลงและร่างภรรยาที่เก็บรักษาไว้นานกว่า 20 ปี ยอมรับวินาทีเกิดเหตุเป็นห่วงภรรยามากที่สุด แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ อบจ.อยุธยารุดเยียวยา มอบถุงยังชีพและประสานทีมแพทย์ดูแลสภาพจิตใจ
จากกรณีเกิดเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 25 หมู่ 1 ต.ขวัญเมือง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านของนายพรพิสิทธิ์ บำรุงพฤกษ์ หรือ “ครูแอ๊ด” อายุ 80 ปี อดีตข้าราชการครู ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง และโลงบรรจุร่างภรรยาซึ่งเสียชีวิตมานานกว่า 20 ปี ถูกไฟไหม้จนเหลือเพียงกระดูกนั้น
ล่าสุดวันนี้( 17 ส.ค.) นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวครูแอ๊ด พร้อมมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น หลังต้องสูญเสียทั้งบ้าน ทรัพย์สิน และสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจ
นอกจากนี้ ยังประสานทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าดูแลสภาพจิตใจของครูแอ๊ด ซึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ โดยนางสมทรงกล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะครูแอ๊ดที่มีความรักและผูกพันกับภรรยามาอย่างยาวนาน อบจ.จึงพร้อมให้การช่วยเหลือทั้งด้านสิ่งของจำเป็น การฟื้นฟูบ้าน และการดูแลด้านจิตใจ
สำหรับลูกชายของครูแอ๊ด ซึ่งปฏิบัติงานอยู่กับ อบจ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับอนุญาตให้ลางานเพื่อกลับมาดูแลครอบครัวและช่วยจัดการสิ่งของภายในบ้าน หากมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักร หรือรถบรรทุกในการขนย้ายและฟื้นฟูพื้นที่ อบจ.ก็พร้อมสนับสนุนตามความเหมาะสม
ด้านนายเกียรติภัทรชัย บำรุงพฤกษ์ อายุ 39 ปี ลูกชายครูแอ๊ด เปิดเผยว่า พ่อและแม่รักและดูแลกันมาตลอด หลังแม่เสียชีวิต พ่อยังทำใจไม่ได้และไม่ต้องการนำร่างไปฌาปนกิจ เนื่องจากยังมีความรักและความผูกพันอย่างมาก ลูก ๆ จึงเคารพการตัดสินใจของพ่อ และยอมให้เก็บร่างของแม่ไว้บนชั้น 2 ของบ้าน เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความรักของทั้งสองคน
โดยวันที่ 20 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ จะครบรอบ 20 ปีการเสียชีวิตของแม่ แต่กลับเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นเสียก่อน ทำให้โลงและร่างของแม่ที่ครูแอ๊ดเก็บรักษาไว้ได้รับความเสียหาย สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวอย่างมาก
นายเกียรติภัทรชัยกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่พ่อเก็บร่างแม่ไว้ ตนเองและพ่อจะคอยนำอาหารและน้ำผลไม้ไปให้แม่ทุกวัน จึงมีความรู้สึกว่าแม่ยังมีชีวิตอยู่และยังคงอยู่กับครอบครัว
นอกจากบ้านและทรัพย์สินจำนวนมากแล้ว ทองคำที่สะสมไว้เกือบ 5 บาท รวมถึงพระเครื่องเลี่ยมทองบางส่วน ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย แต่หลังเข้าตรวจสอบกองเถ้าถ่านในช่วงเช้า ครอบครัวยังพบสร้อยคอบางส่วนของครูแอ๊ดอยู่ในกองเถ้าถ่าน สร้างความดีใจให้กับครูแอ๊ด เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าทางจิตใจและเก็บสะสมมานาน
ต่อมา นายพรพิสิทธิ์ หรือ “ครูแอ๊ด” ได้เดินกลับมาดูซากบ้านที่ถูกเพลิงไหม้จนเสียหาย ก่อนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พร้อมเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสะเทือนใจ
ครูแอ๊ดเล่าว่า ขณะเกิดเหตุพยายามนำน้ำมาช่วยดับไฟ แต่เกิดล้มจนได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลตามร่างกายและบริเวณหน้าผาก เมื่อเห็นว่าเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ จึงตะโกนเรียกให้คนมาช่วย แต่สิ่งที่อยู่ในใจมากที่สุดในช่วงวินาทีวิกฤต คือ “ภรรยา” ซึ่งตนเองเก็บร่างไว้ในบ้านมานานกว่า 20 ปีด้วยความรักและความผูกพัน เมื่อไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาที ตนไม่สามารถเข้าไปนำร่างภรรยาออกมาได้
ครูแอ๊ด กล่าวด้วยความเสียใจว่า ตลอดเวลาที่เก็บร่างภรรยาไว้ ได้ดูแลและจัดเตรียมอาหารให้ทุกมื้อ แม้ภรรยาจะจากไปแล้วก็ตาม โดยมื้อสุดท้ายก่อนเกิดเหตุยังจัดเตรียม ข้าวเหนียวน้ำกะทิ ไว้ให้ และยังคงใส่ใจเรื่องอาหารการกินเหมือนตอนที่ภรรยายังมีชีวิตอยู่ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ขอโทษภรรยา ขอโทษที่ดูแลเขาไม่ได้” หลังไม่สามารถช่วยร่างภรรยาออกมาจากบ้านได้ทันในช่วงเกิดเพลิงไหม้
เบื้องต้น ญาติและลูก ๆ ได้ช่วยกันเก็บกระดูกของภรรยาไว้ก่อน เพื่อรอปรึกษาหารือกันถึงแนวทางดำเนินการต่อไป ส่วนครูแอ๊ดอยู่ในความดูแลของลูก ๆ และได้รับกำลังใจจากผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ ขณะที่สาเหตุเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและประเมินความเสียหายอีกครั้ง
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายให้กับบ้านและทรัพย์สิน แต่ยังเป็นความสูญเสียทางจิตใจครั้งใหญ่ของครูแอ๊ด ผู้เก็บรักษาความรักและความทรงจำที่มีต่อภรรยามานานเกือบ 20 ปี ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกเพลิงเผาทำลายลงในเวลาเพียงไม่กี่นาที


