xs
xsm
sm
md
lg

ปลาดุกล้นบ่อ! ราคาดิ่งเหลือ 18 บาท เกษตรกรราชบุรีโอดขาดทุนหนัก ประมงเร่งเปิดตลาดใหม่ช่วยระบายผลผลิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ราชบุรี – เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก อ.โพธาราม เดือดร้อนหนัก หลังราคาปลาดุกดิ่งเหลือเพียง 18 บาทต่อกิโลกรัม พ่อค้า-ผู้รวบรวมรับซื้อจำกัด บางฟาร์มมีปลาพร้อมจับ 5-10 ตัน แต่ตลาดรับได้เพียงหลัก 500 กก.-1 ตัน ทำให้เกิดภาวะ “ปลาล้นบ่อ ตลาดไม่พอรับ” ประมงจังหวัดเร่งประสานผู้ประกอบการ-พาณิชย์จังหวัด เปิดตลาดใหม่ เร่งระบายผลผลิต 
วันนี้( 17 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี กำลังเผชิญวิกฤตราคาปลาดุกตกต่ำอย่างหนัก หลังราคาจำหน่ายลดลงต่อเนื่อง จากเดิมเคยขายได้มากกว่า 40 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 18 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่พ่อค้าและผู้รวบรวมเข้ารับซื้อในปริมาณจำกัด ส่งผลให้ปลาที่ถึงรอบจับจำหน่ายยังคงสะสมอยู่ในบ่อ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนค่าอาหารและค่าเลี้ยงดูเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่บางรายเริ่มขาดสภาพคล่องจนไม่มีเงินซื้ออาหารปลา เพราะแม้ปลาจะถึงขนาดจับขาย แต่หากยังระบายออกไม่ได้ เกษตรกรก็ยังต้องให้อาหารต่อไปเพื่อรักษาน้ำหนักและคุณภาพปลา

ปัญหาสำคัญเกิดจากเกษตรกรจำนวนมากมีปลาดุกถึงรอบจับพร้อมกัน แต่ตลาดกลับรองรับผลผลิตได้น้อย ขณะที่ผู้รับซื้อบางรายสั่งซื้อเพียง 500 กิโลกรัมถึง 1 ตันต่อครั้ง ไม่เพียงพอกับปริมาณปลาที่เกษตรกรต้องการระบาย โดยบางฟาร์มมีปลาพร้อมจับครั้งละ 5-10 ตัน หรือมากกว่านั้น จนเกิดภาวะ “ปลาล้นบ่อ แต่ตลาดไม่พอรับ”

นายอำนาจ จีนขาวขำ ประมงจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรีได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรแล้ว และอยู่ระหว่างเร่งประสานผู้ตรวจราชการกรมประมง เขต 3 รวมถึงสำนักงานพาณิชย์จังหวัดราชบุรี เพื่อค้นหาผู้ประกอบการและตลาดเพิ่มเติม ทั้งในพื้นที่ราชบุรีและตลาดกลางขนาดใหญ่ เช่น ตลาดไท จ.ปทุมธานี เพื่อเพิ่มช่องทางระบายผลผลิต และช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายปลาในราคาที่ลดการขาดทุนให้น้อยที่สุด

นายอำนาจกล่าวว่า ปัญหาที่พบขณะนี้มีหลายด้าน ทั้งปริมาณผลผลิตกับความต้องการซื้อไม่สมดุล ราคาไม่สามารถตกลงกันได้ และข้อจำกัดด้านการขนส่ง โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการขายปลาแบบยกบ่อ ซึ่งมีปริมาณหลายตัน ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายมีคำสั่งซื้อเพียงเล็กน้อย จึงไม่สามารถเข้ามารับซื้อผลผลิตทั้งหมดได้

นอกจากนี้ ผู้ซื้อบางรายไม่ได้เดินทางมารับปลาถึงหน้าฟาร์ม แต่กำหนดให้เกษตรกรเป็นผู้ขนส่งไปส่งเอง ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนและแรงงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฟาร์มที่มีปลาหลายตัน เพราะการขนส่งต้องใช้ทั้งรถ อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ส่งผลให้การซื้อขายยังไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่

ประมงจังหวัดราชบุรียอมรับว่า ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะปลาดุก แต่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรหลายชนิด เมื่อผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ขณะที่ผู้ประกอบการหรือผู้รวบรวมมีคำสั่งซื้อไม่เพียงพอ ย่อมส่งผลต่อกลไกราคาและทำให้เกษตรกรต้องเป็นผู้รับภาระความเสี่ยงมากที่สุด

ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังต้องแบกรับต้นทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าอาหารปลา ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการเลี้ยง หากปลายังอยู่ในบ่อก็จำเป็นต้องให้อาหารต่อไป แต่หากหยุดให้อาหารก็จะกระทบต่อคุณภาพและน้ำหนักปลา ทำให้เกษตรกรตกอยู่ในภาวะ “เลี้ยงต่อก็ขาดทุน จับขายก็ขาดทุน”

นายอำนาจกล่าวอีกว่า ในระยะยาวได้เน้นย้ำให้เกษตรกรวางแผนการผลิตและหาตลาดรองรับก่อนนำปลาลงเลี้ยง ตามแนวทาง “ตลาดนำการผลิต” พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนฟาร์มและพัฒนามาตรฐาน GAP เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดที่มีมาตรฐานในอนาคต

ส่วนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรีกำลังเร่งประสานผู้ประกอบการหลายราย เพื่อดูความเป็นไปได้ในการเข้ามารับซื้อและกระจายผลผลิตออกจากฟาร์ม โดยพยายามเจรจาทั้งปริมาณการรับซื้อ ราคา รวมถึงการรับปลาถึงหน้าบ่อ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการลดภาระต้นทุนและการขนส่งของเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังต้องการให้ภาครัฐผลักดันตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการหาแหล่งรับซื้อเพิ่มเติม การเชื่อมโยงกับตลาดกลาง ผู้ประกอบการแปรรูป และช่องทางจำหน่ายใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาปลาล้นบ่อและราคาตกต่ำซ้ำอีก
สถานการณ์ครั้งนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงปัญหา “ราคาปลาดุกตกต่ำ” แต่ยังสะท้อนความไม่สมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตกับตลาด หากไม่สามารถเร่งระบายปลาออกจากบ่อได้ เกษตรกรจะต้องแบกรับต้นทุนต่อเนื่องจนกระทบสภาพคล่อง ขณะที่การเปิดตลาดใหม่และเชื่อมโยงผู้ซื้อกับเกษตรกรโดยตรง อาจเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยพยุงอาชีพผู้เลี้ยงปลาดุกใน จ.ราชบุรี ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้