หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.)จับมือทุกภาคส่วน จัดงาน "ล้านนาคดีดาราเทวี ศรีเชียงใหม่" มองล้านนาในมิติใหม่ ผ่านมรดกที่มีชีวิต นำเสนอสินค้าล้านนาพรีเมี่ยม สล่าเก่งๆ โชว์งานฝีมือต่อยอด สร้างรายได้ให้โลกรู้ สืบสานอดีต ส่งต่อให้คนรุ่นหลัง สร้างงานสร้างรายได้ไปตลาดโลก
เมื่อวันที่ 16 ส.ค.69 ที่กาดดาราเทวี โรงแรมดาราเทวี อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) จัดงาน "ล้านนาคดีดาราเทวี ศรีเชียงใหม่" มองล้านนาในมิติใหม่ ผ่านมรดกที่มีชีวิต งานช่างฝีมือ และเรื่องราวของผู้คนที่ร่วมสืบสานส่งต่อ โดยนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิด และ รศ.ดร. ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร บพท.กล่าวรายงาน โดยในงานมีกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแสดงผลงานและ กิจกรรม workshop งานคราฟท์ โดย เครือข่ายย่านสร้างสรรค์และมรดกโลกเชียงใหม่ และการแสดง Lanna Heritage Performance โดย เครือข่ายงานศิลปะวัฒนธรรมเชียงใหม่ด้วย.
ขณะเดียวกันมีการจัดเสวนา Lanna Study: Heritage Craft & Nomad โดยมี เจ้าสุรีย์ ณ เชียงใหม่ ประธานกองทุนดารารัศมีรำฦก,อ.ธิตินัดดา จินาจันทร์ นักวิจัย สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,นางสาวฐาปนีย์ เครือระยา นักบริหารงานการศึกษา สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และล้านนาสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ,นางสาวกรรจิต นาถไตรภพ เจ้าของแบรนด์ WASOO,นางอรุณประไพ โรจนะโชติกุล Founder The Artisan Square at Khum Kaew Palace ,นางสาวอริษา นิมมานเหมินท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อนุสาร จำกัด (อาคารอนุสารสันป่าข่อย) และคณะทำงานขับเคลื่อน Nomad Friendly District จังหวัดเชียงใหม่
ทั้งนี้นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของ อบจ.เชียงใหม่ ที่เป็นแกนหลักของ อปท.เชียงใหม่ ที่มีรวม 211 แห่ง ซึ่งเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว รายได้หลักกว่า 70% มาจากการท่องเที่ยว จึงมีนโยบายสนับสนุนภาครัฐและเอกชน และในฐานะ อบจ.ที่ดูแลทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน และการกีฬา ซึ่งหากมีการขอสนับสนันในด้านใดที่อยู่ขอบเขตที่ อบจ.สามารถทำได้ก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ และรู้สึกดีใจที่ได้เห็นความร่วมมือกันทำงานของทุกภาคส่วนอย่างเช่นการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนงานคราฟต์ของท้องถิ่นที่เป็นสินค้าคุณภาพ จากอดีต ปัจจุบัน และเพื่ออนาคตต่อไป
ด้าน รศ.ดร. ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มาจากการที่หนึ่งในฟันเฟืองที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ให้ดีขึ้นมาได้ต้องยึดโยงกับเรื่องของมรดกกับเรื่องของคราฟต์ Crafts ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากศิลปินหรือสล่า ตลอดจนสถาบันการศึกษาต่างๆ และทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันที่จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในระยะยาวด้วย โดยสินค้าคราฟต์ของเชียงใหม่ล้านนา ถือว่าอยู่ในระดับพรีเมียม แต่ต้องยอมรับว่ายังไม่สามารถเข้าถึงตลาดโลกได้เท่าที่ควร ดังนั้นบทบาทของ บพท.มุ่งที่จะทำให้เกิดความร่วมมือการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ด้วยความตั้งใจทำให้เกิดพื้นที่ทางสังคมเพื่อผลักดันส่งเสริมสินค้าคราฟต์ของเชียงใหม่สู่ตลาดโลกให้ได้ ซึ่งโดยส่วนตัวจากการพูดคุยกับชาวบ้านและสล่า พบว่าต่างมีความต้องการจะมาขายสินค้าที่สถานที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ด้วย เมื่อได้ฟังเรื่องราวต่างๆ แล้ว จึงเกิดแนวคิดว่าที่แห่งนี้มีความเหมาะสม พร้อมตั้งชื่อว่า "ล้านนาคดีดาราเทวี ศรีเชียงใหม่" เปิดให้คนที่รักเมืองเชียงใหม่ คนที่รักเรื่องล้านนา ได้มีพื้นที่มาคุยกันและนำของมาซื้อขายกัน
ขณะที่นายสุพรรณ เศษธะพาณิช ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม เอสเตท ดาราเทวี จำกัด เจ้าของพื้นที่กาดดาราเทวี กล่าวว่า สถานที่ของโรงแรมดาราเทวี ประกอบด้วยวัฒนธรรมล้านนาอยู่แล้ว ในการเข้ามาบริหารครั้งแรกๆ ตั้งใจไว้แล้วว่า โรงแรมมดาราเทวีควรเป็นพื้นที่กึ่งสาธารณะ นำเอามาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งทางด้านส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมล้านนา และด้านการค้าขายของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งพื้นที่นี้พร้อมให้การสนับสนุนเสมอ
รายงานแจ้งว่า การดำเนินโครงการพัฒนาเมืองในปัจจุบันมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้และการทำงานร่วมกันในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ การขับเคลื่อนทางวัฒนธรรม และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage) ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่ผ่านมา คณะทำงานได้สั่งสมองค์ความรู้และผลงานวิจัยเชิงวิชาการร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อย่างต่อเนื่อง ทว่ายังไม่มีการบูรณาการเพื่อเปิดตัวย่านสร้างสรรค์และเครือข่ายอย่างเป็นทางการในพื้นที่จริง
โดยการจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมประสานกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ (Digital Nomad) และกลุ่มผู้ขับเคลื่อนมรดกทางวัฒนธรรม (Heritage Class) ที่ได้เคยทำข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันไว้ ตลอดจนภาคีเครือข่ายพัฒนาเมืองในพื้นที่ อาทิ เครือข่ายวัดเชียงมั่น วัดล่ามช้าง กลุ่มอนุสาร กลุ่มเขียวสายหอม และกลุ่มฟ้าล้านนา เพื่อร่วมกันจัดแสดงแผนที่วัฒนธรรม (Cultural Mapping) และผลงานเชิงพื้นที่ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ตัวงานยังมุ่งหวังที่จะเชื่อมโยงการดำเนินงานไปสู่ระดับนโยบาย ผ่านการมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และผู้บริหารภาคเอกชน เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาเมืองและสร้างมูลค่าเพิ่มทางวัฒนธรรมล้านนาในระยะยาวสืบไป
สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงาน 1.เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และจัดกิจกรรมเชิงวิชาการ ผ่านเวทีเสวนาและการจัดเวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ (Creative Workshop) ที่ต่อยอดมาจากฐานงานวิจัยเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม 2.เพื่อส่งมอบและขับเคลื่อนคุณค่าของเมืองภายใต้ธีม "Impact" ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ มิติงานฝีมือและการสร้างสรรค์ (Impact Class/Craft) มิติวัดและวัฒนธรรม (Impact Cultural) และมิติมรดกทางวัฒนธรรม (Impact Heritage) และ 3.เพื่อส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ชุมชน ย่านสร้างสรรค์ และกลุ่มพันธมิตรนานาชาติ ในการนำเสนอแผนที่วัฒนธรรม ผลงานเชิงพื้นที่ และอัตลักษณ์ของย่านให้เป็นที่ประจักษ์ 4.เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมร่วมกัน ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาและการจำลองบรรยากาศกาดมั่ว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงาน ภาคภาคี และผู้กำหนดนโยบายได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบรรยากาศที่เป็นกันเอง


