xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)เผยหลวงพ่อวัดป่าอดุลยารามเครียดจนต้องหามส่ง รพ. เหตุมีชายแปลกหน้าถามป่วนตำหนิไม่พัฒนาวัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น-ลูกศิษย์ใกล้ชิดเผย มีกลุ่มคนแฝงตัวเข้าก่อกวนจี้ถามตำหนิหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเรื่องวัดไม่มีการพัฒนา ปล่อยให้หญ้าขึ้น กำแพงมีรู จนหลวงพ่อเกิดอาการเครียดจัดจนร้องไห้ ต้องเรียกรถฉุกเฉินรับไปส่งโรงพยาบาล จำเป็นต้องจัดเวลาเปิดประตูเข้ากราบไหว้ ส่วนการพัฒนาวัดให้เสร็จขั้นตอนทางศาลและโอนที่ดินเป็นชื่อวัดก่อน


                             

วันนี้(14 ส.ค.)มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก บัญชีชื่อ เดือน เต็มดวง โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความ รู้สึกสงสารท่านจับใจกลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากฟอกไตแล้ว คนนั้นก็โทรมาถามข่าวคนนี้ก็โทรมาถามข่าว หลวงพ่อกดดันมากค่ะ วันนี้น่าเห็นใจท่านมาก ซึ่งในคลิปมีชายสามคนกำลังปลอบเจ้าอาวาส ขณะที่เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม พระครูอดุลสารนิเทศ กำลังร้องไห้อยู่ และมีเสียงผู้หญิงพูดแทรกขึ้นว่า “แกกำลังกดดัน โดนกดดันทุกทาง” ต่อด้วยเสียงผู้หญิงอีกคน พูดว่า “หลวงพ่อขอโทษนะคะ”

จากการสอบถามพูดคุยกับนายธนากร บุญนคร หรือนัท อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 620/1 หมู่ 14 ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ลูกศิษย์ใกล้ชิดที่คอยดูแลเจ้าอาวาสวัด เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ในกรณีที่พระครูอดุลสารนิเทศ เกิดอาการช็อคและต้องส่งโรงพยาบาลเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า อาจเป็นผลมาจากในช่วงเย็นวานนี้(15 ส.ค.) หลวงพ่อกลับจากการไปฟอกไต มานั่งพักในกุฏิ ก็มีกลุ่มคนที่เป็นผู้ชายอายุประมาณ 60-70 ปี เข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อเหมือนญาติโยมคนอื่นๆที่เข้าไปตามปกติ พอกราบหลวงพ่อเสร็จ ชายในกลุ่มก็เอ่ยตำหนิหลวงพ่อในเรื่องที่กำแพงวัดเป็นรู แล้วก็พูดซ้ำๆหลายรอบ จี้ถามๆหลายรอบจนหลวงพ่อหลุด


น้องนัท กล่าวอีกว่า ในช่วงที่ชายรายดังกล่าวถามซ้ำๆ จี้ถามหลวงพ่อหลายครั้ง ตนก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แล้วชายรายดังกล่าว ก็หันมาบอกให้ตนไปตามมรรคนายก ไปตามพระที่รู้เรื่องเกี่ยวกับวัดมา ตนถูกจี้จนเกือบหลุดเช่นกัน ซึ่งคนกลุ่มนี้มากัน 3 คน มาจัดแจงนั่นนี่ โดยไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นใคร และตนก็ไม่อยากเอ่ยถึงคนกลุ่มนี้เช่นกัน พอหลวงพ่อถูกชายกลุ่มนี้จี้ถามเรื่องกำแพงวัดที่เป็นรูและเรื่องวัดรก ไม่ได้แผ้วถางหญ้าและพูดตำหนิซ้ำๆจนหลวงพ่อเครียด เพราะหลวงพ่อเหนื่อยมาจากการฟอกไต 4 ชั่วโมงด้วย ทำให้หลวงพ่อเครียดจนออกซิเจนต่ำ ต้องเรียกรถฉุกเฉินมารับไปโรงพยาบาล




น้องนัท เล่าต่ออีกว่า หลังจากหลวงพ่อออกจากโรงพยาบาล หลวงพ่อได้พูดว่า ถ้าหากใครอยากให้วัดพัฒนา ก็ให้แล้วเสร็จในส่วนของขั้นตอนทางศาลไปก่อน ให้ผ่านการโอนที่ดินมาเป็นชื่อวัดก่อน แล้วหลวงพ่อจะพาพัฒนาวัดเอง อย่ามาพูดมาสั่ง อย่ามาทำเป็นหวังดีเลย ก็ต้องยอมรับว่ามีผู้หวังดีและอยากพัฒนาวัดเยอะมาก ซึ่งหลวงพ่อก็ยืนยันว่าให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน และศาลฏีกาตัดสินที่ดินเป็นของวัด และโอนที่ดินมาเป็นชื่อวัด แล้วหลวงพ่อจะพาพัฒนาเอง หลวงพ่อก็ไม่ได้มองว่าเขาประสงค์ร้าย เพราะเชื่อว่าเขาน่าจะประสงค์ดี


น้องนัท กล่าวย้ำว่า หลวงพ่อเคยบอกไว้ว่า หลวงพ่ออยู่ในที่สว่าง เขาอยู่ในที่มืด หลวงพ่อไม่รู้ว่าใครหวังดีหรือไม่หวังดี ไม่มีใครรู้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นในกุฏิหลวงพ่อแบบเมื่อคืนที่ผ่านมา ทางวัดก็จะเริ่มคัดกรองคนที่จะเข้าพบกราบไหว้หลวงพ่อ โดยจะเปิดประตูกุฏิหลวงพ่อเป็นเวลา รวมถึงอาจจะต้องสอบถามว่าเป็นใครมาจากไหนบ้าง และจะมีคนตามเข้าไปในขณะที่เข้าพบหลวงพ่อด้วย เพื่อป้องกันการถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมและลูกศิษย์จะเป็นฝ่ายถ่ายภาพให้ รวมถึงการถามใช้คำพูดที่ไม่ดี และไม่อยากให้ถามเรื่องคดี เพราะถ้าใครอยากรู้ก็ให้ไปถามทนายจะดีกว่า กลัวว่าหลวงพ่อจะเครียดอีก