xs
xsm
sm
md
lg

ตาวัย 70 สารภาพสิ้น! ฉุนขาดถูกรุ่นน้องเตะปลายคาง จึงใช้อีโต้ฟันไม่ยั้งดับ ก่อนเดินชิลกลับบ้านไปบอกเมีย ตร.ตามรวบคาบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศรีสะเกษ -ตาวัย 70 ปี สารภาพฉุนขาดถูกลุงรุ่นน้อง 67ปีเตะปลายคาง จึงใช้มีดอีโต้ฟันไม่ยั้งดับคาวงเหล้า แล้วเดินชิลกลับบ้านไปบอกเมียว่าฆ่าคนตายมา ตำรวจตามรวบคาบ้าน ลั่นยอมรับแบบลูกผู้ชายว่าเป็นคนทำ และไม่อยากให้ใครมายื่นประกันตัว เพราะอย่างไรก็ต้องติดคุกอยู่แล้ว ด้าน ตร.หิ้วตัวทำแผนฯจุดเกิดเหตุ พร้อมแจ้งข้อหาหนัก ฆ่าคนอื่นโดยเจตนา

วันนี้ (15 ส.ค.69) รายงาน กรณีเมื่อเวลา 19.44 น. วันที่ 13 ส.ค. 69 พ.ต.อ. เดชนิวัฒน์ สมสุไทย ผกก.สภ.ขุขันธ์ ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกทำร้ายจนเสียชีวิตที่บ้านเรียม ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท. ชัยวัฒน์ เปรี่ยมรัตนชัย รอง ผกก.สภ.ขุขันธ์ พร้อม พ.ต.ท. สุเทพ แดงหมื่นไวย สารวัตร (สอบสวน) สภ.ขุขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ โดยที่เกิดเป็นบ้านเลขที่ 19 บ้านเรียม ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ พบร่างผู้เสียชีวิต คือ นายทองศรี สุขกาย อายุ 67 ปี นั่งคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ในกระท่อมหน้าบ้านที่เกิดเหตุ สภาพศพพบด้านหลัง และบริเวณคอ ถูกของมีคมฟันหลายแผล

ต่อมาเจ้าหน้าที่ไปคุมตัวผู้ก่อเหตุ คือ นายอ้วน ทองบาง อายุ 70 ปี ได้ที่บ้านพักของผู้ก่อเหตุห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร และพบอาวุธมีดอีโต้ 1 เล่น ที่ใช้ก่อเหตุ ตกอยู่ระหว่างทางกลับบ้านผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน และคุมตัว นายอ้วน (ผู้ต้องหา) ไปสอบสวน นั้น


ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปบ้านที่เกิดเหตุ พอไปถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำเชือกมีกั้นไว้ไม่ให้คนเข้าไปตรงจุดเกิดเหตุ ซึ่งจุดเกิดเหตุยังมีคราบเลือดและกองเลือดอยู่ ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นางวิไล นรสิงห์ อายุ 58 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ได้เล่าให้ฟังว่า ตนมีลูกติดสามีเก่า 4 คน ส่วนสามีที่ตาย ก็มีลูกติดกับภรรยาเก่า 3 คน ซึ่งตนอยู่กินกับผู้ตายมานานหลายปีแล้ว โดยปกติผู้ตายจะชอบตั้งวงดื่มสุรากับผู้ก่อเหตุอยู่เป็นประจำ ซึ่งแต่ละครั้งตนไม่เคยเห็นมีปากเสีย หรือ ทะเลาะวิวาทแต่อย่างใด

ภรรยาของผู้ตาย เล่าอีกว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณ 17.00. น. ตน และ นางหวานเย็น (เพื่อนบ้าน) นั่งคุยกันกับสามี ที่กระท่อมหน้าบ้านตามปกติ ก่อนที่ นายอ้วน (ผู้ก่อเหตุ) จะเดินเข้ามาพร้อมกับเหล้า 1 ขวด ตน และนางหวานเย็น (เพื่อนบ้าน) เห็นแบบนั้นเลยพากันเดินออกมาดูทีวีที่บ้านเพื่อนบ้าน จนเวลาประมาณ 18.00 น. มีคนเดินมาบอกว่าได้ยินเสียงดังคล้ายมีคนผ่าฟืน หลายครั้ง และเหมือนมีอะไรผิดปกติที่กระท่อมหน้าบ้าน ตนพร้อมเพื่อนบ้านจึงเดินเข้าดูและก็พบ นายทองศรี นั่งคว่ำหน้าอยู่ ตอนนั้นตนยังไม่รู้สามีเสียชีวิตแล้ว แต่ทำอะไรไม่ถูกเลย ได้แต่ยืนนิ่ง สักพักเลยไปยิบเสื้อมาเช็ดเลือดที่หลักให้ผู้ตาย ก่อนที่เพื่อนบ้านจะไปหา อสม. ในหมู่บ้านให้โทร.แจ้ง 1169 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจให้สอบตรวจสอบ ถึงรู้ว่าสามีเสียชีวิตแล้ว ส่วนตัวตนไม่ขอให้อภัยที่ผู้ก่อเหตุทำกับสามีของตนจนเสียชีวิตแบบนี้


ต่อมา พ.ต.ท. ชัยวัฒน์ เปรี่ยมรัตนชัย รอง ผกก.สภ.ขุขันธ์ พร้อม พ.ต.ท. สุเทพ แดงหมื่นไวย สารวัตร (สอบสวน) สภ.ขุขันธ์ ได้นำตัว นายอ้วน ทองบาง ไปทำแผนประกอบตำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ โดยมีญาติๆ ของผู้ตายติดตามการทำแผนอย่างใกล้ชิด ด้วยสีหน้าที่โกรธแค้น

ผู้สื่อข่าวได้คุยกับ นายอ้วน (ผู้ต้องหา) เล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุตนถือมีดไปทำความสะอาดพัฒนาหมู่บ้านกับคนในหมู่บ้าน เพื่อทำเสร็จจึงถือเหล้าขาวเพื่อจะไปนั่งดื่มกินกับผู้ตายตามปกติ แต่พอไปถึงผู้ตายเกิดทะเลาะกับภรรยา ตนเลยเข้าไปห้ามไม่ให้ทะเลาะกัน แต่ทำให้ นายทองศรี (ผู้ตาย) ไม่พอใจเตะปลายคางตนเข้าอย่างจัง พอตนลุกขึ้นมาก็ถูกผู้ตายเตะอีกหลายครั้ง ตนทนไม่ไหวจึงได้ใช้มีดอีโต้ที่พกมาฟัน นายทองศรี (ผู้ตาย) ไม่ยั้งกะให้ตาย แล้วเดินแบบชิลๆ ออกทางหลังบ้าน และนำมีดไปทิ้งที่ข้างทางระหว่างกับบ้าน พอไปถึงบ้านได้บอกภรรยาตัวเองว่าไปฟันคนตายมา พอภรรยารู้ก็ได้แต่ร้องไห้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาควบคุมตัวไปสถานีตำรวจภูธรขุขันธ์


ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากให้ครอบครัวประกันตัวหรือไม่ นายอ้วน ตอบว่า ตนเป็นคนทำ ยอมรับแบบลูกผู้ชาย ในใจก็ไม่อยากให้ใครมาประกัน เพราะยังไงก็ติดคุกอยู่แล้ว ก็ให้มันติดคุกไปเลยดีกว่า

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้ตั้งข้อหากับ นายอ้วน ทองบาง ผู้ต้องหา ว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งจะได้นำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษต่อไป