xs
xsm
sm
md
lg

ททท.ตราดมองบวก “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” หนุนท่องเที่ยวไตรมาส 4 ชี้ดันรายได้-กระจายเม็ดเงินสู่ชุมชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตราด – ททท.สำนักงานตราด ประเมินโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวจังหวัดตราด โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก ชี้มาตรการส่วนลดที่พักและเพิ่มวงเงิน E-Voucher จะช่วยเร่งการตัดสินใจเดินทาง กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชน พร้อมผลักดันตราดสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด เปิดเผยว่า หากโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” เริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามกำหนดที่คาดการณ์ไว้ จะถือเป็นจังหวะที่เหมาะสม เนื่องจากตรงกับช่วงเปลี่ยนผ่านจากปลายฤดูฝนเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวหลักของจังหวัดตราด โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่าง เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก

มาตรการสนับสนุนค่าที่พัก 50% สูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ์ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเร่งการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยให้เดินทางเร็วขึ้น ขณะที่การเพิ่มวงเงินคูปองดิจิทัล หรือ E-Voucher เป็น 1,000 บาทต่อสิทธิ์ จากเดิม 500 บาท และสามารถใช้กับร้านอาหาร บริการนวดและสปา ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ทัวร์ One Day Trip และบริการรถเช่า จะช่วยให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวกระจายออกจากโรงแรมขนาดใหญ่ไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้า สวนผลไม้ และชุมชนในพื้นที่มากขึ้น
ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ กล่าวว่า อีกจุดแข็งของโครงการคือการเปิดให้ใช้สิทธิได้ทุกวัน โดยไม่มีการแบ่งเงื่อนไขระหว่างวันธรรมดากับวันหยุด ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางในวันธรรมดา เพิ่มอัตราการเข้าพัก และลดปัญหานักท่องเที่ยวกระจุกตัวเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ผู้ประกอบการที่พักมีรายได้สม่ำเสมอมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมองว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนทิศทางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ หรือ High-Value Tourism ของจังหวัดตราด เนื่องจากแนวโน้มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การสนับสนุนค่าที่พักระดับคุณภาพจากภาครัฐจึงอาจจูงใจให้นักท่องเที่ยวเลือกที่พักระดับพรีเมียม และเพิ่มระยะเวลาการพำนัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้รวมจากการท่องเที่ยว

“ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” ในไตรมาส 4 จึงไม่ได้เป็นเพียงมาตรการกระตุ้นการเดินทางระยะสั้น แต่ยังสามารถเป็นกลไกเชื่อมโยงไปสู่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวในระยะยาว โดย ททท.มุ่งเปลี่ยนจากการขายเพียง “สถานที่ท่องเที่ยว” ไปสู่การนำเสนอ ประสบการณ์ทรงคุณค่า (Experience-Driven) และยกระดับตราดสู่จุดหมายปลายทางด้านการพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาวะ หรือ Eastern Sea Healing

ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด ประเมินว่า การท่องเที่ยวช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 มีแนวโน้มเติบโตทั้งด้านจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและรายได้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 เนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวหลักของจังหวัด สภาพอากาศและทะเลมีความเหมาะสมต่อการเดินทางท่องเที่ยวเกาะต่าง ๆ ประกอบกับแรงส่งจากมาตรการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569” ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนสิทธิประมาณ 500,000 สิทธิ และช่วยกระจายการเดินทางตลอดช่วงปลายปี

ขณะเดียวกัน การเพิ่มวงเงิน E-Voucher เป็น 1,000 บาทต่อสิทธิ์ จะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินโดยตรงสู่ร้านอาหาร สปา ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และบริการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ประกอบกับแนวโน้มการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสผลักดันรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในช่วงปลายปีให้ขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ

“ตราดไม่ได้มุ่งแข่งขันกันที่จำนวนคนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสร้างคุณค่าและความหมายจากการเดินทาง โดยเฉพาะการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อและต้องการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะช่วยให้จังหวัดสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืน” ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด กล่าว