xs
xsm
sm
md
lg

"สว.ชีวะภาพ"นำทีมคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติลุยตรวจรุกป่าต้นน้ำปลูกขิงกว่า169ไร่-จ่อรื้อถอนตัดวงจร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่- "สว.ชีวะภาพ" นำทีมคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลงพื้นที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจสอบป่าต้นน้ำถูกบุกรุกปลูกขิงกว่า 169 ไร่ เตรียมใช้มาตรา 25 รื้อถอนและห้ามเก็บเกี่ยวผลผลิต ตัดวงจรผลประโยชน์กลุ่มทุน


วันนี้(14ส.ค.69) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านแม่ลายดวงจันทร์ ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวานนี้ หลังพบการบุกรุกป่าต้นน้ำในป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่แจ่มและป่าแม่ตื่น เพื่อปลูกขิงเชิงพาณิชย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดพื้นที่แล้ว 8 แปลง รวม 169 ไร่ 2 งาน 87 ตารางวา และดำเนินคดีแล้ว แต่เมื่อลงพื้นที่กลับพบว่ามีการลักลอบเข้ามาปลูกขิงซ้ำ ต้นขิงหลายแปลงกำลังเติบโต พร้อมร่องรอยกางลวดหนามล้อมพื้นที่ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ กลุ่มคนเฝ้าแปลงพากันหลบหนีเข้าป่า

โดยจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมตรวจพบความผิดปกติของพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นถึง 40 จุดภายในวันเดียว ซึ่งกรมป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด ขณะที่การเข้าตรวจสอบพื้นที่ทุรกันดารก่อนหน้านี้ ยังพบการนำเรือใบมาวางบนเส้นทางเพื่อขัดขวางรถของเจ้าหน้าที่ด้วย นอกจากนี้ยังพบการบุกรุกลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ ต่อเนื่องอำเภอฝางและอำเภอแม่อาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาแล้ว 10 ราย จาก 10 คดี และตรวจยึดพื้นที่คืน 116 ไร่ 1 งาน 2 ตารางวา ท่ามกลางข้อร้องเรียนของชาวบ้านว่าการปลูกขิงบนพื้นที่สูงอาจทำให้สารเคมีไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำที่ชุมชนใช้ประโยชน์

ทั้งนี้นายชีวะภาพ ระบุว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นป่าต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำปิง การทำลายป่าจะกระทบความสามารถในการกักเก็บน้ำ เพิ่มความเสี่ยงทั้งภัยแล้งและน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำตอนล่าง คณะกรรมาธิการจึงเสนอให้กรมป่าไม้บังคับใช้มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 รื้อถอนพืชผลและไม่อนุญาตให้เก็บเกี่ยวขิง เพื่อไม่ให้ผู้บุกรุกได้รับประโยชน์ พร้อมเร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าประมาณ 1,000-2,000 ไร่ และให้ผู้นำท้องถิ่นร่วมเฝ้าระวังป้องกันการบุกรุกซ้ำ.