ราชบุรี - เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เดือดร้อนหนัก ราคาปลาดุกตกจากกว่า 40 บาท เหลือเพียง 18 บาทต่อกิโลกรัม ซ้ำไร้พ่อค้ารับซื้อ บางรายต้องเลี้ยงนานกว่าปี ต้องแบกค่าอาหารปลา วอนรัฐเร่งหาแหล่งตลาดและพยุงราคาให้เกษตรกร
วันนี้( 14 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี กำลังประสบปัญหาราคาปลาดุกตกต่ำอย่างหนัก จากเดิมเคยขายได้กว่า 40 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันเหลือเพียง 18 บาท ขณะที่ยังประสบปัญหาไม่มีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อ ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนค่าอาหารและค่าเลี้ยงดูที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นางสาวรุ่งตะวัน สนสุทธิ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก พร้อมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เข้าร้องเรียนต่อนายจรูญ ผลขำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.ชำแระ อ.โพธาราม เพื่อขอให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไข โดยระบุว่า ราคาปลาดุกปรับลดลงต่อเนื่องจากประมาณ 40 บาท เหลือ 35 บาท และล่าสุดเหลือเพียง 18 บาทต่อกิโลกรัม
ที่ผ่านมาหนักกว่านั้นคือ แม้เกษตรกรจะยอมขายในราคาต่ำ แต่กลับไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ บางครั้งพ่อค้านัดให้เกษตรกรลากปลาขึ้นมาเตรียมไว้ แต่กลับไม่มาตามนัด ทำให้ต้องเสียค่าแรงและปลาเสียหาย ก่อนนำกลับไปปล่อยลงบ่ออีกครั้ง
ขณะที่ต้นทุนค่าอาหารปลายังคงเป็นภาระสำคัญ เฉลี่ยประมาณ 5,000 บาทต่อบ่อ และปลาต้องกินอาหารทุกวัน หากลดอาหารปลาจะทำให้ปลาไม่โตและขายไม่ได้ ส่งผลให้บางรายต้องหาเงินเพิ่มเติมหรือถึงขั้นนำทรัพย์สินไปค้ำประกันเพื่อซื้ออาหารปลา
นายจรูญ ผลขำ กล่าวว่า ปัญหาขณะนี้ไม่ได้มีเพียงราคาปลาดุกตกต่ำ แต่เป็นปัญหา “ไม่มีคนจับและไม่มีคนรับซื้อ” แม้จะมีความต้องการบริโภคอยู่ก็ตาม จึงได้แจ้งปัญหาให้ประมงอำเภอและประมงจังหวัดรับทราบแล้ว แต่ต้องการให้เร่งช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการหาแหล่งรับซื้อและเชื่อมโยงตลาดให้เกษตรกร
“ปกติเลี้ยงประมาณ 6 เดือนก็จับขายได้ แต่ขณะนี้บางรายต้องเลี้ยงนานกว่าหนึ่งปี เพราะไม่มีตลาดรับซื้อ ขณะที่ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายยังเกิดขึ้นทุกวัน” นายจรูญกล่าว
เกษตรกรจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาทั้งด้านราคาและตลาดรับซื้อ โดยเสนอให้ผลักดันราคาปลาดุกให้อยู่ที่ 30 บาทต่อกิโลกรัมขึ้นไป เพื่อช่วยลดภาระและประคองอาชีพ หากยังขายได้เพียง 18 บาทและไม่มีตลาดรองรับ อาจส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกในพื้นที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนและประกอบอาชีพต่อไปได้.


