เพชรบุรี - รมว.ทรัพยากรฯ ลงพื้นที่เพชรบุรี เปิดใช้งานประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์ เพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ช่วย 625 ครัวเรือน พร้อมรับฟังปัญหา “กระซ้า” ทับถมร่องน้ำปากทะเล เตรียมบูรณาการหน่วยงานเร่งแก้ไขช่วยชาวประมงพื้นบ้าน
วันนี้ (14 ส.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี เป็นประธานเปิดโครงการประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์ ต.บ้านกุ่ม อ.เมืองเพชรบุรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ทั้งการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน การเก็บกักน้ำในช่วงฤดูแล้ง และป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่การเกษตร โดยมี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เขต 1 จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล สส.เพชรบุรี เขต 3 พร้อมส่วนราชการและประชาชนร่วมให้การต้อนรับ
นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยต้องดูแลทั้งช่วงน้ำมากและน้ำแล้ง รวมถึงป้องกันน้ำเค็มรุกพื้นที่เกษตร เพื่อให้ประชาชนมีน้ำต้นทุนเพียงพอและสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง
สำหรับโครงการประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์ เป็นโครงการที่นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ผลักดันมาตั้งแต่ปี 2567 มีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและควบคุมปริมาณน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งช่วยป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่เกษตร โดยคาดว่าจะมีพื้นที่ได้รับประโยชน์ในฤดูฝนกว่า 4,000 ไร่ และฤดูแล้งประมาณ 700 ไร่ ครอบคลุมประชาชนราว 625 ครัวเรือน
จากนั้น รมว.ทรัพยากรฯ ลงพื้นที่บริเวณปากคลองปากทะเล ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม เพื่อติดตามปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและรับฟังปัญหาการทับถมของ “กระซ้า” ซึ่งเป็นเศษเปลือกหอย เปลือกปู และสิ่งมีชีวิตที่มีเปลือกแข็งจากแคลเซียมคาร์บอเนต ถูกคลื่น ลม และกระแสน้ำพัดพามาสะสมบริเวณชายฝั่ง
โดยพื้นที่หมู่ 2 และหมู่ 3 ต.ปากทะเล กำลังประสบปัญหาร่องน้ำตื้นเขินจากการสะสมของกระซ้า ทำให้เรือประมงพื้นบ้านเข้า-ออกได้ยาก กระทบต่อความปลอดภัยและเพิ่มต้นทุนการประกอบอาชีพของชาวประมง ประกอบกับลักษณะพื้นที่ปากคลองเป็นแหลม ซึ่งเป็นจุดรวมของกระแสน้ำและลม ทำให้มีวัสดุถูกพัดมาสะสมอย่างต่อเนื่อง
นายสุชาติ ได้พบปะประชาชน รับฟังปัญหาและข้อเสนอ พร้อมยืนยันรัฐบาลพร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาทั้งด้านน้ำท่วม ภัยแล้ง และปัญหาชายฝั่ง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำและสนับสนุนการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน.


